INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2569
ความสำเร็จเจ้าภาพเปิดประตูเศรษฐกิจ-การลงทุน สร้างความเชื่อมั่นประเทศ แต่รัฐบาลอนุทินต้องเร่งเปลี่ยนโอกาสเป็นผลงาน ก่อนเผชิญศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว ท่ามกลางความสนใจของประชาคมเศรษฐกิจโลก โดยมีผู้แทนจาก 191 ประเทศเข้าร่วม การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี หลังการจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2534 นับเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยได้แสดงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวก และการประสานงานระหว่างประเทศ ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม ราคาพลังงาน หนี้สาธารณะ และความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความสำเร็จของไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดงานให้เสร็จสิ้น แต่ยังอยู่ที่โอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว
เบื้องหลังการจัดงานคือความร่วมมือของกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องประสานทั้งการจัดสถานที่ ระบบรักษาความปลอดภัย การเดินทาง และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมจำนวนมาก การที่ไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพสะท้อนบทบาทของประเทศในเวทีการเงินระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้กรุงเทพฯ แสดงศักยภาพในการรองรับการประชุมระดับสูง การดำเนินงานที่ราบรื่นและการให้บริการอย่างมืออาชีพย่อมเป็นปัจจัยสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วม ขณะเดียวกัน ผลการประเมินจากผู้จัดและผู้เข้าร่วม ตลอดจนข้อมูลค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จะเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันความสำเร็จของงานอย่างรอบด้าน
ประโยชน์ที่ประเทศไทยควรได้รับจากเวทีนี้มีหลายมิติ ทั้งการเปิดช่องทางให้นักลงทุนต่างชาติพบปะภาคธุรกิจไทย การเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเข้าถึงแนวทางระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบบริหารจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพการเงินและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ยังเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมรับมือวิกฤตที่อาจกระทบต่อไทยในอนาคต อย่างไรก็ตาม โอกาสจากการประชุมจะมีความหมายต่อเมื่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่โครงการลงทุน การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเพิ่มรายได้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำความรู้และความร่วมมือไปเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย ไม่ให้ผลประโยชน์จำกัดอยู่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่
เมื่อเปรียบเทียบกับเวทีระดับโลกอื่น การประชุม IMF-World Bank มีจุดเด่นด้านการหารือนโยบายเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาระหว่างรัฐบาล สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ แตกต่างจากการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum WEF) ที่ดาวอส ซึ่งเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง หรือการประชุมรัฐภาคีว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ที่เน้นการเจรจานโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ การที่กรุงเทพฯ ได้เป็นศูนย์กลางของการหารือด้านการเงินโลกเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการนำเสนอศักยภาพของประเทศ ทั้งระบบคมนาคม สถานที่จัดงาน และบริการ อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบความสำเร็จกับประเทศเจ้าภาพอื่นต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ ต้นทุน และผลลัพธ์หลังงาน ไม่ใช่ตัดสินจากขนาดงานหรือภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะเพียงอย่างเดียว
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สมควรได้รับคำชื่นชมจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือของกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนไทย ในการต้อนรับผู้แทนจากนานาประเทศอย่างพร้อมเพรียง ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้รัฐบาลต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไปสู่การลงทุน การจ้างงาน การยกระดับทักษะแรงงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เกียรติภูมิที่ได้รับจากเวทีโลกแปรเปลี่ยนเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง
การประชุมปิดฉากลงแล้ว แต่ภารกิจของรัฐบาลยังไม่สิ้นสุด ความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกยังต้องรับมือ ขณะที่การเมืองภายในประเทศยังเป็นบททดสอบสำคัญ โดยเฉพาะศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รออยู่ข้างหน้า รัฐบาลจึงมีเหตุผลที่จะภาคภูมิใจกับการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับโลก แต่ไม่ควรเพลิดเพลินกับความสำเร็จนานจนละเลยปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ เพราะชื่อเสียงระดับนานาชาติเป็นเพียงต้นทุนตั้งต้น ส่วนความไว้วางใจในสภาและความเชื่อมั่นจากประชาชนต้องรักษาด้วยการบริหารประเทศและผลงานที่ตรวจสอบได้
เวทีโลกจบลงด้วยเสียงปรบมือ แต่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะถามหารายละเอียด และประชาชนจะถามหา…ผลลัพธ์ !



