คำว่า ” ครัวไทย ครัวโลก”
เมื่อได้ยินคำนี้ เราอาจเข้าใจว่า ประเทศไทยคือแหล่งที่อุดมไปด้วย พืช ผัก ผลผลิตทางการเกษตร ที่นำไปผลิตอาหาร อย่างเหลือกินเหลือใช้ และ ส่งออกเลี้ยงชาวโลก สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ
ทว่า ในความเป็นจริง ประเทศไทยต้องสั่งนำเข้าวัตถุดิบอาหาร และ ผลผลิตทางการเกษตร จากต่างประเทศเข้ามา ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ปีละประมาณ 4 – 5 แสนล้านบาท
แล้ว เรา…ประทศไทย จะเป็น “ครัวโลก” ได้อย่างไร..!?
รายงานพิเศษ นี้ ขอนำข้อมูล ที่นำไปสู่ เส้นทาง ” ครัวไทย ครัวโลก ” มาแสดงให้เห็นชัดขึ้น
**************
จากข้อมูลการนำเข้าวัตถุดิบอาหารและผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย

เรา สั่งอะไร จากไหน..?
วัตถุดิบทำอาหารที่ไทยนำเข้าจากต่างประเทศ
แม้ไทยจะเป็น “ครัวของโลก” แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิอากาศ และปริมาณความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร/อาหารสัตว์ที่สูงมาก ทำให้ไทยต้องนำเข้าวัตถุดิบสำคัญหลายชนิด เช่น
เมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง
มาจาก บราซิล, สหรัฐอเมริกา, อาร์เจนตินา
เพื่อนำมาผลิตน้ำมันพืช, เต้าหู้, ซอสปรุงรส
กากถั่วเหลืองสำหรับอาหารสัตว์
ข้าวสาลีและแป้งข้าวสาลี ต้องสั่งมาจาก ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ยูเครน
เพื่อนำมาแปรรูปเป็น เบเกอรี่, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, พาสต้า
อาหารทะเลสด/แช่เย็น/แช่แข็ง (ทูน่า, กุ้ง, Salmon, หมึก)
เรานำเข้ามาจาก ไต้หวัน, ไมโครนีเซีย, นอร์เว , เวียดนาม, อินเดีย
เพื่อใช้แปรรูปในอุตสาหกรรมทูน่ากระป๋องส่งออก (ปลาทูน่าวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก) รวมถึงบริโภคในร้านอาหารและภัตตาคาร
นม ผลิตภัณฑ์นม และเนย/ชีส
นำเข้าจาก นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา
นำมาเป็น วัตถุดิบผลิตเบเกอรี่, เครื่องดื่ม, แปรรูปนมพร้อมดื่ม
ธัญพืช และ วัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บางส่วน, ข้าวบาร์เลย์)
ก็ต้องนำเข้า จากเมียนมา, ลาว, กัมพูชา, ออสเตรเลีย
ตัวเลขสรุปมูลค่าการนำเข้ากลุ่มเกษตรและอาหาร
ปรากฎว่าไทยมีการนำเข้าสินค้ากลุ่มวัตถุดิบเกษตร อาหารทะเล และอาหารแปรรูปเพื่อใช้ในประเทศและเป็นวัตถุดิบแปรรูปส่งออก รวมปีละประมาณ 400,000-500,000 ล้านบาท
ส่วน วัตถุดิบที่เป็นผลผลิตภายในประเทศไทยเอง (ครัวของโลก)
ไทยมีความเข้มแข็งและเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบ/อาหารระดับท็อปของโลกในกลุ่มต่อไปนี้
– ข้าว: ข้าวหอมมะลิ, ข้าวขาว, ข้าวเหนียว (หนึ่งในผู้ส่งออกหลักของโลก)
– เนื้อสัตว์และปศุสัตว์: เนื้อไก่สด/แช่แข็ง และไก่แปรรูป (ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกไก่แปรรูปอันดับต้นๆ ของโลก)
– ผลไม้สดและแปรรูป: ทุเรียน, มังคุด, ลำไย, ข้าวโพดหวานกระป๋อง, สับปะรดกระป๋อง
– มันสำปะหลัง: แป้งมันสำปะหลัง, มันเส้น (ส่งออกอันดับ 1 ของโลก)
– สัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง: กุ้งขาวแวนนาไม, ปลากะพง, ปลานิล

เครื่องเทศและสมุนไพร: พริก, ข่า, ตระไคร้, ใบมะกรูด, เครื่องแกงไทย
– น้ำตาลทราย: ผลิตจากอ้อยในประเทศ (ไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก)
จากการสรุปภาพรวมโครงสร้างอาหารของไทย จะเห็นว่า
ไทยใช้โมเดล “นำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำบางประเภท” (เช่น ปลาทูน่าดิบ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี) มาผสมผสานกับ “ผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ” เพื่อแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปส่งออก
โดยในปี 2567-2569 ไทยสามารถทำรายได้จากการส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี
จะเรียกว่า เราคือ ” เชฟของโลก” ก็น่าจะได้
เพราะ เรา คือ ยอดนักปรุงแต่งอาหาร ขายออกทั่วโลก จนสามารถเรียกตัวเองได้ว่า ” ครัวโลก “


