หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจับตาวันตัดสิน 29 สิงหาฯ  ศึกชี้ชะตา ...

จับตาวันตัดสิน 29 สิงหาฯ  ศึกชี้ชะตา “แพทองธาร” คดีฮุนเซ็นเขย่าบัลลังก์นายกฯ สั่นคลอนการเมืองไทย

เผยแพร่

spot_img

ในสัปดาห์หน้า การเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากคลิปหลุดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซ็น อดีตนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ซึ่งถูกนำมาตีความว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ

                                การไต่สวนนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นขั้นตอนสำคัญที่นำไปสู่การพิจารณาคำแถลงปิดคดีที่จะต้องส่งภายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมและความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างยิ่ง

                                  สถานการณ์นี้ต้องพิจารณาจากหลายมิติ ทั้งในแง่ของข้อกฎหมาย ประเด็นทางการเมือง และกรณีศึกษาในอดีต ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายเป็น “การกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ” หรือไม่ ซึ่งอาจมีการตีความที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเรื่องของการกระทำที่ “อาจ” นำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือการกระทำที่ “อาจ” ขัดต่อผลประโยชน์ของชาติ 

                                ในอดีตศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้ง โดยมีลักษณะการกล่าวหาที่แตกต่างกันไป เช่น กรณี พล.อ.สุจินดา คราประยูร (แม้จะพ้นจากตำแหน่งด้วยแรงกดดันทางการเมืองมากกว่าคำวินิจฉัยของศาลโดยตรง), นายสมัคร สุนทรเวช ในคดีจัดรายการทำอาหาร (ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์ในฐานะส่วนตัว) และกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ แม้ลักษณะการกล่าวหาจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง 

                               ดังนั้น ในกรณีของนางสาวแพทองธาร การตัดสินจึงขึ้นอยู่กับว่า เมื่อศาลได้ทำการไต่สวนพยานแล้วหลายปาก และจากพยานหลักฐานที่นำสู่ศาลแล้วนั้น ศาลจะตีความการกระทำในคลิปเสียงและให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานที่นำเสนอมากน้อยเพียงใด

                                 ในห้วงเวลาที่ต้องรอคำตอบ สัญญาณที่ส่งออกมาคือการรอคอยอย่างเงียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องย่อมตระหนักดีว่าการกระทำหรือการตัดสินใจใดที่อาจผิดพลาดไปแล้ว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องรู้อยู่แก่ใจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คำวินิจฉัยที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญว่า การเมืองไทยจะเดินต่อไปในทิศทางใด

                                ถึงวันนั้น คนไทยจะได้เห็นว่า คลิปเสียงนส.แพทองธาร คุยกับฮุนเซ็น นั้น  เขย่าบัลลังก์นายกรัฐมนตรีให้ สั่นคลอนจริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง