หน้าแรกINSIDE - INSIGHT  4 เดือนข้างหน้าจะเป็นบททดสอบความจริงจังของรัฐบาล “อนุทิน”

  4 เดือนข้างหน้าจะเป็นบททดสอบความจริงจังของรัฐบาล “อนุทิน”

เผยแพร่

spot_img

ในการพาเศรษฐกิจไทยออกจากภาวะชะลอตัว ขณะที่ภาคเอกชนและนักลงทุนต่างจับตามองว่าแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งนี้จะเป็นของจริง หรือแค่ “โชว์การเมือง” แบบไทยสไตล์

การพบปะระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจกับสมาคมธนาคารไทย เป็นสัญญาณเปิดเกมเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายรอคอย แต่เกมนี้ไม่ได้วัดกันที่ภาพข่าวถ่ายหมู่ หากวัดกันที่ความสามารถในการทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจขยับขึ้นจริง ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่วและความเชื่อมั่นที่เปราะบาง รัฐบาลจึงต้องเดินเส้นทางที่บางเฉียบระหว่างการเอาใจประชาชนกับการรักษาวินัยการคลัง — เพราะถ้าพลาดแม้เพียงก้าวเดียว ก็อาจกลายเป็นการผลักเศรษฐกิจให้เข้าสู่หลุมลึกกว่าเดิม

                          ภาคเอกชนส่งสัญญาณชัดว่าต้องการนโยบายที่ “ใช้ได้จริง” ไม่ใช่เพียงวาทกรรมสวยหรู ตั้งแต่งบประมาณปี 2569 ที่ต้องเดินหน้าอย่างทันเวลา การจัดการหนี้เสีย ไปจนถึงการปฏิรูประเบียบที่ขวางการลงทุน การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจ มากกว่ามาตรการกระตุ้นแบบสั้น ๆ ที่มักกลายเป็นเพียง “ยาแก้ปวด” ของรัฐบาลชุดก่อน ๆ

                             โจทย์ที่ยากที่สุดของนายอนุทินคือการสร้างภาพผู้นำที่กล้าตัดสินใจบนฐานข้อมูลเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่ตัดสินใจเพราะแรงกดดันการเมือง การใช้ประชานิยมเกินพอดีอาจสร้างคะแนนนิยมระยะสั้น แต่เสี่ยงเพิ่มภาระหนี้สาธารณะระยะยาว หาก 4 เดือนนี้ไม่สามารถแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งนักลงทุนและประชาชนอาจหมดศรัทธาเร็วกว่าที่คาด

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย