ทุกอย่างเริ่มต้นในปี 1971 ที่กรุงลอนดอน ภายในบ้านของ ไมเคิล เคน นักแสดงหนุ่มที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตก เขานั่งพักผ่อน ดูทีวีไปเรื่อยเปื่อย จังหวะนั้นเอง โฆษณากาแฟ Maxwell House ก็ฉายขึ้นมา…
ในฉากหลังของโฆษณานั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่สบตา เธอกลับดึงความสนใจของไมเคิลไว้จนแทบขยับไม่ได้
“ผมเห็นผู้หญิงคนนี้ในทีวี และตกหลุมรักทันที ความคิดเดียวที่แล่นเข้ามา ผู้หญิงคนนี้แหละ คือคนที่จะมาเป็นภรรยาผม” เขาย้อนเล่าความรู้สึกวันนั้น
หัวใจเขาเต้นรัว มือชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาคุกเข่าลงหน้าจอทีวี เพื่อจะได้มองใบหน้าของเธอให้ชัดที่สุดในช็อตโคลสอัพสั้น ๆ
รวมเวลาที่เห็นเธอทั้งหมด… แค่ 8 วินาที
ด้วยความที่โฆษณานั้นเป็นกาแฟบราซิล ไมเคิลจึงปักใจเชื่อว่าผู้หญิงในโฆษณาต้องอยู่ที่บราซิลแน่ ๆ
เขาหันไปบอก พอล เพื่อนสนิทแบบไม่ลังเลว่า “เช้านี้ฉันจะจองตั๋วบินไปบราซิล และจะตามหาผู้หญิงคนนี้ให้ทั่วประเทศ”
เพื่อนของเขาได้แต่ส่ายหัว คิดว่าไมเคิลต้องเพี้ยนไปแล้ว แต่เจ้าตัวเอาจริงเอาจัง จนเพื่อนคนนี้ที่ทำงานอยู่ในวงการโฆษณาต้องรีบเข้ามาห้าม
และนั่นคือโมเมนต์ที่พรหมลิขิตเริ่มทำงาน
พอลรีบบอกว่า “ใจเย็นก่อนเพื่อน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่บราซิล เธออยู่ที่ลอนดอนนี่ล่ะ ห่างจากบ้านนายไม่กี่ไมล์เอง”
เธอมีชื่อว่า ชาคิร่า บักช์ อดีตมิสกายอานาเชื้อสายอินเดีย ในวัย 19 ปี เธอเคยรอดชีวิตจากการวางระเบิดของผู้ก่อการร้ายที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ทำให้เธอแก้วหูแตกและมีรอยแผลเป็นตั้งแต่แก้มถึงหู ก่อนจะผันตัวมาเป็นนางแบบและนักแสดงในลอนดอน
ไมเคิลได้เบอร์โทรของเธอมา และไม่รอช้าที่จะโทรหา
สายที่ 1 ถูกปฏิเสธ… สายที่ 2 ก็ถูกปฏิเสธ… สายที่ 3, 4, 5 ยังคงเงียบสนิท
ชาคิร่าไม่สนใจจะเดตกับคนดังที่ดูอันตรายอย่างไมเคิล เคน โดยเฉพาะหลังจากที่เธอเห็นเขาในบทโหดจากหนังเรื่อง Get Carter
ผู้ชายทั่วไปคงยอมแพ้ไปตั้งแต่สายที่สาม แต่สำหรับไมเคิล เขาเชื่อมั่นในภาพที่เห็นในโฆษณา 8 วินาทีนั้นอย่างเต็มหัวใจ
เขาโทรหาเธอทั้งหมด 11 ครั้ง ในที่สุด ชาคิร่าก็ใจอ่อน และตอบตกลงที่จะพบเขา
“ในแปดนาทีแรกที่ได้เจอหน้ากัน ผมก็ยืนยันได้ทันทีว่าเธอคือรักแท้” ไมเคิลเล่าถึงการพบกันครั้งแรก
“แต่เธอน่ะ ใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงกว่าจะตกหลุมรักผม”
และสิ่งที่ชาคิร่าพบก็คือ ไมเคิล เคน ตัวจริงไม่ได้ดุร้ายเหมือนในหนังเลย เขาเป็นคนนิ่ง อ่อนโยน และมีเสน่ห์อย่างประหลาด
ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1973 และอยู่เคียงข้างกันมานานกว่า 52 ปี เรื่องราวของพวกเขาไม่ใช่แค่ความโรแมนติก แต่ยังเป็นเรื่องของการเปลี่ยนชีวิตของอีกฝ่ายให้ดีขึ้น
ก่อนพบชาคิร่า ไมเคิลเป็นคนดังที่กำลังเดินสู่เส้นทางทำลายตัวเอง เขาดื่มหนักจนถึงขั้นดื่มวอดก้าวันละขวด สูบบุหรี่จัด และใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย
แต่หลังจากมีชาคิร่า ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
“เธอไม่เคยบอกให้ผมเลิกดื่มสักครั้ง” ไมเคิลยอมรับ
“แต่ผมแค่อยากตื่นอยู่ อยากมีสติ เพื่อจะได้อยู่กับเธอนานที่สุด”
เขาเลิกทั้งเหล้า บุหรี่ และมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อภรรยาและครอบครัว เขาบอกอยู่เสมอว่า ภรรยาคนนี้คือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
ชาคิร่าตัดสินใจละทิ้งอาชีพนักแสดง เพื่อเดินเคียงข้างสามีและดูแลครอบครัวให้มั่นคง ผ่านทุกความกดดันของฮอลลีวูดตลอดหลายสิบปี
และในปี 2000 เมื่อไมเคิลได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินจากควีนเอลิซาเบธที่ 2 เลดี้ ชาคิร่า เคน ก็ยืนอยู่ข้างเขาอย่างงดงามและภูมิใจที่สุด
เรื่องราวของทั้งคู่ยังคงบอกเราอยู่เสมอว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต อาจเริ่มต้นจากวินาทีเล็ก ๆ แค่ 8 วินาทีบนหน้าจอโทรทัศน์
และบางที… สิ่งที่ทำให้ชีวิตหมุนไปข้างหน้า อาจเป็นเพียงความกล้าที่จะวิ่งตามความรู้สึกนั้น… แม้ต้องโทรย้ำถึงสิบเอ็ดครั้งก็ตาม
::
อ้างอิงจาก – People, Wikipedia (Shakira Caine)



