คุณต้องไป George Town เมืองเดียวในเอเชียที่ศิลปะสตรีท, อาคารโคโลเนียล, กลิ่นเครื่องเทศเก่า และบ้านเรือนสามวัฒนธรรม
จีน มลายู อินเดีย…..มารวมกันในตรอกที่เดินแค่ 50 ก้าวก็เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนข้ามประเทศ
ไปดู สตรีทอาร์ตแบบ Interact ได้ภาพเด็กปีนเก้าอี้, เด็กขี่มอเตอร์ไซค์, จักรยานเก่าแปะกำแพง ที่โลกโซเชียลตามหากันทั้งปี
ไปดู คฤหาสน์จีนโบราณที่ยังมีคนอาศัยจริง, ร้านชาเก่าแก่ที่ยังคั่วใบชาเอง, และ ตรอกเงียบที่คนท้องถิ่นบอกว่า…
คืนไหนลมแรง จะมีเสียงจักรยานวิ่งผ่าน ทั้งที่ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว
เมืองอื่นมีสตรีทอาร์ต แต่ที่ปีนัง…
สตรีทอาร์ตคือเข็มทิศที่พาเราเดินเข้าไปในความทรงจำของเมืองทั้งเมือง
ปีนังไม่ใช่เมืองใหญ่หรือโด่งดังเหมือนสิงคโปร์
แต่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยร่องรอยอดีต

ตั้งแต่ปี 1786 เมื่อกัปตันฟรานซิส ไลต์ชาวอังกฤษมาตั้งเป็นท่าเรือเสรี
อังกฤษทิ้งอาคารโคโลเนียล ถนนกว้าง และโรงเรียนไว้ให้คนรุ่นหลัง
ชาวจีนฮกเกี้ยนและกวางตุ้งเข้ามาเป็นพ่อค้าและช่างฝีมือ
ชาวมลายูตั้งชุมชนและมัสยิดริมทะเล
ชาวอินเดียสร้างวัดฮินดูและร้านอาหารเครื่องเทศ
ทุกเชื้อชาติเข้ามาและฝากรอยไว้บนเกาะเล็ก ๆ เพียงเกาะเดียว

ตรอกแคบ ๆ หนึ่งสายอาจเห็น วัดจีนข้างมัสยิดมลายู
ต่อด้วยบ้านโคโลเนียลอังกฤษและร้านโรตีอินเดีย
กลางวันเป็นเมืองศิลปะและนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน
แต่กลางคืน…เงาและเสียงอดีตยังกระซิบ

เหมือนเมืองกำลังถามทุกคนที่เดินผ่านว่า
“นี่คือของใครกันแน่?”
“ผมเดินเข้าตรอกแคบในจอร์จทาวน์ยามค่ำคืน
เสียงกระทะผัดอาหารจีนดังแทรกกับเสียงอาซานจากมัสยิดข้าง ๆ
กลิ่นเครื่องเทศอินเดียพัดมาแทรก กลิ่นกาแฟอังกฤษลอยมาเป็นจังหวะ
ผมหยุดและคิด… ใครกันแน่คือเจ้าของเกาะนี้?
อังกฤษ หรือจีน หรือมลายู หรือ อินเดีย
หรือปีนังเป็นของทุกคนพร้อมกัน?”
สนใจไปอีกสักครั้งไหม….ตามผมมา !
เส้นทางจากสุวรรณภูมิ ไปปีนัง ใช่เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง
หรือจะไปกัวลาลัมเปอร์แล้วเปลี่ยนเครื่องก็ได้
จากนั้นใช้แท็กซี่ Grab หรือขึ้นรถบัส, หรือรถเช่า ปลายทาง George Town 30-40 นาที ก็ถึง รถราหม่ติดเหมือนกรุงเทพ ฯ
ค่าใช้จ่าย แท็กซี่ 40-50 ริงกิต
หรือรถ Grab 35-45 ริงกิต หรือรถบัส 2-5 ริงกิต
พอถึงแล้ว อย่าลืม “ของอร่อยประจำถิ่น กินง่าย จ่ายน้อย

สไตล์ Chaita BKK
ปีนังมีของกินริมทางที่ ทั้งอร่อยและราคาสบายกระเป๋า
เพียงก้าวเดียวก็เจอกลิ่นอาหารประจำชาติสอดประสานกัน
ผัดเส้นแบบจีนฮกเกี้ยน Char Kway Teow
ราคาประมาณ 5-8 ริงกิต สัก 50-60 บาท
หรือจะกินข้าวสไตล์มลายู มีเครื่องเทศอินเดียหอมโฉ่
เรียดว่า Nasi Kandar
ราคาไม่เกิน 10 ริงกิต ก็สัก 80 บาท
Roti Canai กินคู่กับแกง หรือชากาแฟ
ราคาไม่เกิน 3 ริงกิต ก็สัก 24 บาท
เสร็จแล้วก็กินขนมท้องถิ่นแบบมลายู จีน เรียกว่า
Apom Kuihราคาไม่เกิน 16 บาท บาท
สกุลเงิน RM = ริงกิตมาเลเซีย
เทียบเงินไทย 8-9 บาท
ตรอกแคบ ๆ ในจอร์จทาวน์ยืดตัวเป็นเส้นสายเล็ก ๆ
ผนังอาคารโคโลเนียลอังกฤษสูงเรียงราย ทาสีเก่าลอกเป็นลายทาง

วัดจีนประดับโคมไฟแดงส่องแสงอ่อน ๆ
มัสยิดมลายูอยู่ตรงหัวมุม ตะวันกระทบโดมเงินเงาเล็ก ๆ
ร้านโรตีอินเดียมีกลิ่นเครื่องเทศลอยออกมาพร้อมควันบาง ๆ
บรรยากาศอย่างนี้ …คุณจะไม่พบเจอที่ไหน
เสียงกระทะผัดอาหารจีนดังเป็นจังหวะ แทรกกับเสียงอาซานลอยมาตามลม
ผสมกับเสียงรถจักรยานและนักท่องเที่ยวเดินผ่านพื้นหินกรุยกราย
รสชาติของอาหารริมทาง เส้นผัดจาง ๆ ของจีน, แกงเครื่องเทศมลายู, โรตีหอมกรุ่น- ซ้อนกันในจมูกและปาก
ลมทะเลเย็นเบา ๆ พัดกลิ่นเกลือและความชื้นเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศ
อารมณ์ของตรอกไม่เหมือนเมืองไหน
กลางวันครึกครื้นด้วยนักท่องเที่ยวและเสียงหัวเราะ
แต่กลางคืน เงาอาคารทอดยาว เสียงอดีตกระซิบตามกำแพง
คุณรู้สึกว่า เวลาและวัฒนธรรมหลายร้อยปีรวมตัวอยู่ในก้าวเดียว
ตรอกเล็ก ๆ ใน จอร์จทาวน์ ดูเหมือนจะสงบ กลางวันครึกครื้น นักท่องเที่ยวเดินพลุกพล่าน
แต่กลางคืน… เสียงและเงาของอดีตยังคงกระซิบความจริงที่คนไม่รู้
บางอาคารโคโลเนียลมี ห้องลับ ประตูหลัง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยชเป็นที่เก็บของสำคัญของพ่อค้าอังกฤษ
วัดจีนหลายแห่งมี ซุ้มลับที่ไม่เปิดให้สาธารณะเข้าชม ใช้เก็บคัมภีร์หรือสมบัติเก่า
นักท่องเที่ยวบางคนเขียนไว้กับสำนักงานกรุ๊ปทัวร์ว่า มองเห็นเงาคนเดินผ่านตรอกกลางคืน ทั้งที่ไม่มีใครอยู่จริง
อาจเป็น “เงาของอดีต” ที่ศิลปะสถาปัตยกรรมส่องกลับ ..ก็ได้
จากเรื่องเล่าปากต่อปาก มีปรากฏในไกด์บุ๊ค
มีข่าวลือว่า ผีพ่อค้าและแรงงานจีนโบราณ
ปรากฏกลางคืนในตรอกบางแห่ง
วัดจีนบางแห่งมี กระดิ่งลึกลับที่ดังเอง แม้ไม่มีใครสัมผัส
แม้จะฟังดูลึกลับ แต่นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเกิดจาก เสียงสะท้อนและการออกแบบอาคารแบบโบราณ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ….
กลางวันตรอกเต็มชีวิต
กลางคืนกลับเงียบสนิท เสียงกระซิบเล็ก ๆ แผ่วผ่านกำแพง
คนที่กล้าเดินในตรอก จะรู้สึกเหมือน เวลาและอดีตรวมตัวอยู่ตรงหน้า อยากเห็นด้วยตัวเอง
ปีนังไม่ใช่แค่เมืองศิลปะและอาหารสวยงาม
แต่ยังซ่อน อดีตลึกลับและความรู้สึกของคนที่เคยอยู่ที่นี่
เดินเพียงก้าวเดียว คุณจะเห็นความจริงที่ต่างจากสิ่งที่ตาเห็น
นี่คือเสน่ห์ของจอร์จทาวน์
“ถึงเวลานี้…คุณอยากสัมผัสกลิ่น เสียง และเงาของอดีตด้วยตัวเองไหม?”
คุณคิดอะไรอยู่…!!



