หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ปลานิล” จำแลงกาย... เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

เผยแพร่

spot_img

ผิดพลาดหรืออำพรางต้นทุน? ในไลน์ผลิต

                                  กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ ลุกลามจากการตรวจพบเพียงกระป๋องเดียวโดยผู้บริโภค สู่การขยายผลตรวจสอบจนพบของกลางล็อตใหญ่รวมกว่า 22,510 กระป๋อง    จนล้นโซเชียลว่าน่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้ผลิตที่อาศัยช่องว่างการตรวจสอบเปลี่ยนสินค้าผิดประเภทออกสู่ตลาด   ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงเจตนาลดต้นทุนบนความเสี่ยงของประชาชน จนนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้รัฐต้องเร่ง “ล้อมคอก” และลงดาบอย่างเฉียบขาดก่อนความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารไทยจะพังทลาย

                             วิกฤตความเชื่อมั่นครั้งนี้เริ่มต้นจากเสียงสะท้อนเล็กๆ ของผู้บริโภคที่เปิดกระป๋องออกมาพบ “เกล็ดปลา” และเนื้อสัมผัสที่ผิดเพี้ยนไปจากปลาทะเลที่คุ้นเคย จนนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน

                          ข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นน่าตกใจยิ่งกว่าคำร่ำลือ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจพบของกลางคาคลังสินค้าในโรงงานย่านสมุทรสาครถึง 12,760 กระป๋อง และยังมีสินค้าล็อตเดียวกันกระจายไปอยู่ในวงจรการค้าปลีกอีกกว่า 9,500 กระป๋อง ซึ่งผลการตรวจ DNA จากกรมประมงยืนยันชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือ “ปลานิล” ไม่ใช่ปลาแมคเคอเรลตามที่ระบุไว้ข้างกระป๋อง

                        ทางด้านผู้ผลิตได้ออกมาชี้แจงโดยอ้างว่าเป็นเพียงช่วงการ “ทดลองผลิต” เนื่องจากภาวะขาดแคลนปลาแมคเคอเรล จึงนำปลานิลมาทดสอบระบบบรรจุภัณฑ์และการปรุงรส แต่เกิดความผิดพลาดของพนักงานที่หยิบฉลากปกติมาติดจนหลุดรอดออกสู่ตลาด 

                        ทว่าคำอ้างนี้ดูจะไร้น้ำหนักในสายตาของผู้เชี่ยวชาญ เพราะตามมาตรฐานการผลิตสากล สินค้าทดลองต้องมีสลากระบุชัดเจนว่า “Sample – Not for Sale” หรือ “สินค้าตัวอย่าง ห้ามจำหน่าย” ไม่ใช่การติดสลากปกติพร้อมบาร์โค้ดที่สามารถนำไปสแกนจ่ายเงินได้ตามร้านค้าทั่วไปเช่นนี้  วและปริมาณสินค้าที่สูงถึงหลักหมื่นกระป๋องย่อมไม่ใช่จำนวนสำหรับการ “ทดลอง” ในระดับห้องปฏิบัติการ แต่เป็นปริมาณในระดับพาณิชย์ (Commercial Scale) 

                         การนำปลานิลซึ่งเป็นปลาน้ำจืดต้นทุนต่ำ มาสวมสลากเป็นปลาทะเลนำเข้าอย่างแมคเคอเรล จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็น “โมเดลลดต้นทุน” ในยามวัตถุดิบขาดแคลน โดยอาศัยความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นเครื่องมือ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำลายระบบเศรษฐกิจและความปลอดภัยทางอาหารอย่างร้ายแรง

                       ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากผู้บริโภคจะเสียความรู้สึกที่ต้องจ่ายราคาปลาทะเลแต่ได้กินปลานิลแล้ว ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของ “อาการแพ้” สำหรับผู้ที่แพ้ปลาบางชนิดโดยเฉพาะ รวมถึงมาตรฐานโรงงานที่ถูกระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ GMP ยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอาหารกระป๋องของไทยในตลาดโลก หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการสะสางให้ชัดเจน ความเชื่อมั่นที่สะสมมานานอาจล่มสลายเพียงเพราะความมักง่ายของคนบางกลุ่ม

                        ในยุคที่รัฐบาลพยายามผลักดัน Soft Power ด้านอาหาร แต่กลับถูกผู้ประกอบการบางรายสร้างจุดอ่อนร้ายแรงด้วยการผลิตสินค้าที่ไร้จริยธรรมเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่รัฐจะนิ่งนอนใจไม่ได้ แม้ต้นเรื่องจะเกิดจากความบกพร่องของผู้ผลิตที่รัฐมิอาจล่วงรู้ได้ในทันที แต่เมื่อความจริงปรากฏแล้ว หน่วยงานบูรณาการทั้ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), กรมประมง และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) จะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นตรงไปตรงมา มิควรปล่อยให้คำกล่าวอ้างเรื่องความผิดพลาดทางเทคนิคกลายเป็นทางออกที่จบลงเพียงการปรับเงินเพียงเล็กน้อย

                         รัฐต้องแสดงบรรทัดฐานในการคุ้มครองประชาชนด้วยการใช้อำนาจจัดการอย่างเฉียบขาดตามกฎหมายอาญาว่าด้วย “สินค้าปลอม” และ “อาหารปลอม” เพื่อส่งสัญญาณและภาคปฏิบัติไปถึงผู้ประกอบการทุกรายว่า ความปลอดภัยของผู้บริโภคไม่ใช่พื้นที่ให้ใครมาแอบทดลองความมักง่ายตามอำเภอใจ รัฐต้องเร่งสร้างกลไกตรวจสอบย้อนกลับที่รัดกุมและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นได้อีกครั้งว่า มาตรฐานอาหารของไทยยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือ

                         สุดท้ายนี้ การกวาดล้างและลงโทษต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก ไม่ว่าจะเป็นการสับเปลี่ยนวัตถุดิบชนิดใดก็ตาม รัฐต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าจริยธรรมของผู้ผลิตไทยจะไม่ถูกบรรจุใส่กระป๋องแล้วปิดฝาลืมทิ้งไว้เพียงเพราะคำแก้ตัวที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และต้องทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจได้ทุกครั้งที่เลือกซื้อสินค้าไทยว่าสิ่งที่ได้รับนั้น “ตรงปก” และปลอดภัยอย่างแท้จริง

2569-05-09   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

พรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

มติคณะรัฐมนตรีให้ตราพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก

ข่าวอื่นๆ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

พรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

มติคณะรัฐมนตรีให้ตราพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก

“ไทยเข้าถึงเน็ต 88% แต่สอบตกทักษะดิจิทัล?   เมื่อคนไทย 3 ใน 4 ยังแยก ”ข่าวปลอม“  ไม่ออก

แม้ดัชนีการเข้าถึงโลกออนไลน์ของไทยปี 2569 จะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ผลสำรวจล่าสุดกลับชี้ให้เห็น “ความเปราะบาง” ของต้นทุนมนุษย์