SHORT NEWS 10/12/2025

เผยแพร่

spot_img

1) สม รังสี รุกหนักใส่ฮุนเซ็นผ่านสื่อนานาชาติ

                   ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาในต่างแดน สม รังสี ให้สัมภาษณ์หลายสำนักข่าวยุโรป-เอเชีย กล่าวหาฮุนเซ็นสร้างสถานการณ์ชายแดนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลพนมเปญในเวทีโลก

2) ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน นักลงทุนจับตาความตึงเครียดไทย-กัมพูชา

                    ดัชนีหุ้นในภูมิภาคแกว่งตัวหลังความขัดแย้งชายแดนรุนแรงขึ้น นักลงทุนเพิ่มสถานะป้องกันความเสี่ยง (“risk-off”) ขณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากความตึงเครียดยืดเยื้อ อาจกระทบห่วงโซ่การผลิตในอาเซียน

3) กองทัพไทยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยชุมชนชายแดน

                     กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ เสริมกำลังลาดตระเวน หลังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติหลายจุดตามแนวชายแดน ย้ำว่าปฏิบัติการยังอยู่ในกรอบป้องกัน ไม่ยกระดับเชิงรุก

4) สหรัฐฯ เรียกร้องทุกฝ่าย “ยับยั้งชั่งใจ” หวั่นกระทบเสถียรภาพภูมิภาค

                          กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ขอไทย–กัมพูชาหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ พร้อมเสนอให้ใช้กลไกทวิภาคีและอาเซียนเพื่อลดความเสี่ยงการปะทะซ้ำ

5) สหประชาชาติเตรียมประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

                          แหล่งข่าวในนิวยอร์กเผยว่า UN กำลังรวบรวมข้อมูลเหตุปะทะล่าสุดเพื่อพิจารณาว่าต้องจัดทำรายงานสถานการณ์หรือไม่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

6) กัมพูชาส่งสัญญาณแข็งกร้าว ฮุนเซ็นประกาศ “จะตอบโต้ทุกกรณี”

                              รัฐบาลพนมเปญออกแถลงการณ์ระบุว่า จะตอบโต้การละเมิดอธิปไตยทุกกรณี ท่ามกลางกระแสว่าฮุนเซ็นกำลังพยายามสร้างภาพความมั่นคงเพื่อรักษาอำนาจท่ามกลางกระแสวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

7) กลุ่มสิทธิมนุษยชนอาเซียนห่วงสถานการณ์ลุกลาม ส่งผลประชาชนชายแดน

                          องค์กรสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคออกแถลงการณ์แสดงความกังวลว่า การปะทะต่อเนื่องอาจทำให้ ประชาชนตามแนวชายแดนต้องอพยพเพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้มีผู้สังเกตการณ์ภาคประชาสังคมในพื้นที่

ข่าวล่าสุด

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

เมื่ออำนาจตัดสินใจเดินหน้า…ความเชื่อมั่นต้องมีคำตอบ

กรณี อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถูกโยกย้ายท่ามกลางข้อวิจารณ์เรื่องการประสานงานและการรับมืออุทกภัย กำลังกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนตัวข้าราชการในพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”