หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจาก“ภาระ” สู่ “โอกาส” “สังคมผู้สูงวัย” กับโจทย์ใหม่ของรัฐบาล

จาก“ภาระ” สู่ “โอกาส” “สังคมผู้สูงวัย” กับโจทย์ใหม่ของรัฐบาล

เผยแพร่

spot_img

  ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องทำให้รัฐอ่อนแรง หากไทยเปลี่ยนกรอบคิดและลงมือดึงศักยภาพประชากรคุณภาพมาใช้ ตั้งแต่วันนี้

                               การที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนก้าวเข้าสู่ภาวะ “สังคมผู้สูงวัย” อย่างชัดเจน มักถูกวิเคราะห์ในมุมของภาระด้านสาธารณสุขและการสงเคราะห์เป็นหลัก 

                               หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างและคุณภาพประชากร จะพบว่าสังคมผู้สูงวัยของไทยแตกต่างจากภาพเหมารวมที่มักถูกนำเสนอ ผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นผลผลิตของการพัฒนาประเทศในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการศึกษา มีประสบการณ์การทำงาน และมีทุนทางสังคมสะสมสูง การเพิ่มขึ้นของผู้สูงวัยจึงไม่ใช่เพียงต้นทุนของรัฐ หากแต่ก่อให้เกิด “ผลประโยชน์แฝง” ที่เพิ่มขึ้นควบคู่กันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                               ในหลายประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยก่อนหน้า เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี และสิงคโปร์  จากประสบการณ์ชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุสามารถเป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ หากรัฐออกแบบนโยบายรองรับอย่างเหมาะสม 

                              ญี่ปุ่นใช้ผู้สูงอายุเป็นแรงงานเสริมในภาคบริการและชุมชน เยอรมนีดึงประสบการณ์ของผู้สูงวัยเข้าสู่ระบบฝึกอาชีพและอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ขณะที่สิงคโปร์ส่งเสริม

แนวคิดการสูงวัยอย่างมีพลัง เพื่อให้ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาททั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยรัฐทำหน้าที่เอื้อให้เกิดการทำงานตามศักยภาพ การมีส่วนร่วมในชุมชน และการถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อเปลี่ยนผู้สูงวัยจากผู้รับสวัสดิการเพียงฝ่ายเดียว ให้เป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

                                   ในบริบทของไทย ผู้สูงอายุที่เกษียณราชการไม่ใช่” ช้างป่วย“ ดังนักการเมืองมากมักอ้าง  แต่ยังมีศักยภาพในการทำงาน การถ่ายทอดความรู้ การเป็นกำลังสำคัญในชุมชน และการสร้างเสถียรภาพทางสังคม การที่ผู้สูงอายุใช้บริการรัฐอย่างมีวินัย และมีความผูกพันกับสถาบันทางสังคม ยังช่วยเสริมความชอบธรรมและความเข้มแข็งของรัฐโดยทางอ้อม 

                                    ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจะสร้างภาระเท่าใด แต่คือรัฐจะสามารถดึง “ผลประโยชน์จากการมีประชากรคุณภาพสูงวัย” นี้ มาใช้ได้มากน้อยเพียงใด

                                   โจทย์เร่งด่วนของไทยจึงอยู่ที่การมีแผนรองรับและลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมในทันที ไม่ว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุทำงานตามศักยภาพ การพัฒนากลไกเศรษฐกิจผู้สูงวัย  การใช้ทุนทางสังคมของผู้สูงอายุในระดับชุมชน และการป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุถดถอยสู่ความยากจนในบั้นปลาย 

                                   หากรัฐสามารถเปลี่ยนกรอบคิดจาก “การรับภาระ” เป็น “การใช้ศักยภาพ” สังคมผู้สูงวัยของไทยอาจไม่ใช่ความท้าทาย หากแต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป

22/12/2568  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ข่าวอื่นๆ

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย