“คุณมาช้ากว่าปกติสองนาที”
เขาพูดโดยไม่เงยหน้า สายตายังคงอยู่ที่ถ้วยชาตรงหน้า
”คุณจับเวลาไว้หรือไง” เธอวางกระเป๋าลงช้า ๆ
“เปล่า” เขายิ้มบาง ๆ
”แค่รู้สึก…“
เธอนั่งลงตรงข้าม มองรอบห้อง ห้องยังเหมือนเดิม
สะอาด เรียบร้อย เงียบเกินไป
“คุณเปลี่ยนที่วางนาฬิกาแล้วหรือ”
เธอถาม
“ยังที่เดิม”
”แต่ฉันไม่ค่อยได้ยินเสียงมัน”
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“คุณฟังมันทุกครั้งที่มาที่นี่หรือ”
เธอชะงัก
“ไม่… แค่รู้สึกว่า วันนี้มันเงียบ”
เขาพยักหน้า เหมือนรับรู้เรื่องเล็กน้อยทั่วไป
“บางวันเสียงก็เบาลงเอง”
เธอเอื้อมไปหยิบถ้วยชา
“ชาเย็นแล้ว”
“ไม่เป็นไร” เขาตอบทันที
”อุณหภูมิไม่สำคัญเท่าเวลา”
“คุณพูดเหมือนคนแก่ขึ้นทุกวันนะ” เธอหัวเราะเบา ๆ
เขาไม่หัวเราะตาม เพียงแต่คนชาลงช้า ๆ อย่างระมัดระวัง
“คุณเคยคิดไหม” เขาถาม
”ว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ ของพวกนี้จะไปอยู่ที่ไหน”
“ของพวกไหน ?“
“ทุกอย่าง” เขากวาดตามองไปรอบห้อง
“ถ้วยชา หนังสือ นาฬิกา”
เธอขมวดคิ้ว
“ทำไมอยู่ ๆ ถึงถามแบบนั้น”
“ผมแค่นึกถึงคนรู้จักคนหนึ่ง” เขาตอบเรียบ
“เขาตายไปนานแล้ว แต่ของเขายังอยู่เต็มบ้าน”
“ก็เป็นเรื่องปกติ”
“คุณคิดว่ามันยุติธรรมไหม” เขาถามต่อ
“ที่คนหนึ่งหายไป แต่สิ่งของยังเรียกร้องความสนใจต่อไป”
เธอวางถ้วยชาลง เสียงกระทบจานดังชัดกว่าที่ควร
“วันนี้คุณอยากคุยเรื่องอะไรแน่” เธอถาม
เขามองนาฬิกาบนผนัง ครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้ามา
“ผมแค่อยากแน่ใจว่า” เขาพูดช้า ๆ
“ถ้าผมไม่รับโทรศัพท์คืนนี้ คุณจะไม่ตกใจ”
เธอจ้องเขา
”ทำไมฉันต้องโทรหาคุณตอนดึก”
“เผื่อคุณนึกอะไรขึ้นมาได้” เขาตอบ
”หรือเผื่อคุณรู้สึกว่า ควรโทร”
เธอไม่ตอบทันที
”คุณไม่สบายหรือเปล่า” เธอถามในที่สุด
เขาส่ายหน้า
“ผมสบายดี”
นาฬิกาบนผนังเดินต่อ
ติ๊ก… ติ๊ก……ช้าสม่ำเสมอ
เขาพูดต่อ เหมือนนึกอะไรได้
“ถ้าพรุ่งนี้ผมไม่ออกไปซื้อหนังสือพิมพ์
คุณช่วยเอาฉบับหนึ่งมาให้ผมได้ไหม”
“พรุ่งนี้?” เธอทวน
“อืม” เขาพยักหน้า
“หรือมะรืนก็ได้”
เธอมองหน้าเขานานขึ้น
”คุณวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า”
เขายิ้มอีกครั้ง ยิ้มที่สุภาพจนเธอไม่อาจท้วงติง
“ผมแค่อยากให้ทุกอย่าง…เรียบร้อย”
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ รู้สึกหนาวขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่อากาศในห้องไม่เปลี่ยน
“คุณนี่แปลกจริง ๆ วันนี้”
เขามองเธอ สายตานิ่ง
“คุณก็ยังมาเหมือนเดิม” เขาพูด
“ผมดีใจนะ”
นาฬิกาเดินต่อไป โดยไม่มีใครพูดถึงมันอีก

เธอยกถ้วยชาขึ้นอีกครั้ง จิบเล็กน้อย แล้วหยุด
“รสชาติเปลี่ยนไหม” เขาถามโดยไม่มอง
“ไม่” เธอตอบเร็วเกินไป แล้วจึงเติม
“หรือฉันอาจจำไม่ได้ว่ามันควรเป็นยังไง”
เขาพยักหน้า เหมือนคำตอบนั้นเพียงพอแล้ว
“ความจำเป็นเรื่องแปลก” เขาพูด
“บางอย่างเราจำได้ชัด บางอย่างเรากลับลืม ทั้งที่ควรจำ”
เธอมองไอน้ำบาง ๆ ที่ลอยขึ้นจากถ้วย มันจางเร็วกว่าปกติ หรือเธอแค่เผลอกะพริบตานานไป
“คุณจำวันแรกที่เราพบกันได้ไหม” เขาถาม
“ได้สิ” เธอยิ้ม
“คุณทำหนังสือตกเต็มบันได”
“ใช่” เขายิ้มตอบ
“ผมคิดว่ามันน่าอายมาก”
“แต่คุณก็ยังจำได้”
“เพราะมันเป็นวันเริ่มต้น” เขาวางถ้วยชาลง
เสียงกระทบโต๊ะเบามาก เบาจนเธอไม่แน่ใจว่าได้ยินจริงหรือเปล่า
“วันเริ่มต้น มักไม่ยอมให้เราลืม”
เธอเงยหน้าขึ้น
“แล้ววันจบล่ะ”
เขาไม่ตอบทันที นาฬิกาบนผนังเดินต่อ
ติ๊ก… เว้นจังหวะ แล้วจึงติ๊กอีกครั้ง
“วันจบ” เขาพูดในที่สุด
“มักเงียบกว่า”
เธอขยับตัวบนเก้าอี้ รู้สึกว่าผ้าบุรองนั่งเย็นกว่าตอนแรกที่นั่งลง ทั้งที่ห้องยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
“คุณพูดเหมือนคนที่คิดเรื่องพวกนี้มานานแล้ว”
เธอว่า
“บางเรื่อง” เขาตอบ
“คิดนานไม่ได้ เพราะถ้าคิดนานเกินไป
เราจะไม่กล้าทำอย่างอื่นเลย”
“อย่างอื่น เช่นอะไร” เขามองเธอ
สายตานิ่ง ไม่เร่ง ไม่หลบ
“เช่น นั่งดื่มชากับคุณ”
เธอหัวเราะเบา ๆ แต่เสียงหัวเราะของตัวเองฟังดูแปลกในหู เหมือนมันสั้นเกินไป
“คุณนี่พูดเกินจริงเสมอ” เธอว่า
“ผมพยายามพูดให้น้อยลงแล้ว” เขาตอบ
“บางคำ ถ้าไม่พูดวันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่มีโอกาส”
เธอเงียบ……..
“คุณเคยคิดไหม” เขาถามต่อ
“ว่าคำพูดบางคำ ควรถูกพูดกับคนเพียงคนเดียว”
“ฉันคิดว่า คนเราพูดอะไรกับใครก็ได้”
”ผมไม่คิดอย่างนั้น” เขาส่ายหน้า “บางคำ ถ้าพูดผิดคน มันจะหายไป”
เธอวางถ้วยชาลงอีกครั้ง คราวนี้ระมัดระวังกว่าเดิม
“คุณกลัวอะไรหรือเปล่า” เธอถามเสียงเบา
เขายิ้ม รอยยิ้มเดิม สุภาพ เหมือนผ่านการฝึกมาอย่างดี
“ผมกลัวว่าคุณจะต้องนั่งอยู่ในห้องนี้คนเดียวเกินไป”
“ทำไมฉันต้องอยู่คนเดียว”
เขามองนาฬิกาอีกครั้ง เพียงเสี้ยววินาที
“ผมแค่คิดล่วงหน้า” เขาพูด
”เผื่อไว้”
เธอรู้สึกว่าอากาศในห้องนิ่งขึ้น ไม่อึดอัด แค่นิ่ง เหมือนทั้งห้องกำลังตั้งใจฟัง
นาฬิกาเดินต่อสม่ำเสมอ ไม่มีใครพูดถึงมัน

เธอมองนาฬิกาบนผนังอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะอยากรู้เวลา แต่เพราะรู้สึกว่า มันควรถูกมอง
เขาสังเกตเห็น
“คุณไม่ต้องกังวล” เขาพูด “ยังเหลือเวลาอีกนิด”
“เวลาอะไร” เธอถามทันที
เขาชะงัก เป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้ามา
“ผมหมายถึง…เวลาเยี่ยม” เขาแก้ เร็วเกินไป
เธอไม่ตอบ เพียงแต่มองเขานานขึ้น นานกว่ามารยาทปกติจะอนุญาต
“คุณรู้เวลาตลอดเลยนะ” เธอว่า
“ทั้งที่ไม่ได้ดูนาฬิกา”
เขายิ้มบางเบา ยิ้มที่ไม่สมบูรณ์นัก
“บางอย่าง” เขาตอบ “ไม่จำเป็นต้องดู”
เธอขยับมือบนตัก ปลายนิ้วแตะกันเบา ๆ รู้สึกได้ถึงความอุ่นของตัวเอง และรับรู้โดยไม่รู้ว่าทำไม ว่าอุณหภูมิในห้องไม่ได้เปลี่ยน
แต่ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเปลี่ยนไป
“คุณเคยบอกว่า” เธอพูดช้า ๆ
“คุณไม่ชอบให้ใครคาดเดาคุณ”
“ผมยังไม่ชอบ”
“งั้นช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม” เธอเงยหน้าขึ้น
“ว่าทำไมคุณพูดถึงพรุ่งนี้ เหมือนมันผ่านไปแล้ว”
เขานิ่ง….
นาฬิกาเดินต่อ ติ๊ก…เว้นจังหวะ ติ๊ก….
“ผมไม่ได้ตั้งใจ” เขาพูดในที่สุด
“บางทีคำพูดมันก็…เลือกกาลเวลาเอง”
“หรือคุณเผลอพูดความจริง” เธอว่า
เขามองเธอ สายตาครั้งนี้ไม่หลบ ไม่ยิ้ม
“คุณอยากฟังคำตอบแบบไหน” เขาถาม
“แบบไหนก็ได้ ที่ไม่ทำให้ฉันรู้สึกว่าคุณกำลังจัดการทุกอย่างล่วงหน้า”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย เหมือนรับฟังข้อกล่าวหาอย่างสุภาพ
“คุณจำได้ไหม” เขาถามกลับ
“ว่าครั้งสุดท้ายที่คุณตกใจจริง ๆ คือเมื่อไร”
เธอคิด “ไม่แน่ใจ”
”นั่นแหละ” เขาพูด
”ผมไม่อยากให้คุณต้องตกใจอีก”
“คุณกำลังพูด…เหมือน…“
เธอหยุดเอง …ไม่พูดต่อ
เขารอ ไม่เร่ง
”เหมือน…อะไร” เขาถามเบา ๆ
เธอสูดหายใจ ช้า ลึกกว่าปกติ
“เหมือนคุณรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น และฉันไม่รู้”
เขาหลับตาลงชั่วครู่ เพียงชั่วจังหวะเดียวกับเสียงนาฬิกา
“ถ้าผมรู้จริง” เขาพูด
“ผมคงเลือกพูดกับคุณก่อนใคร”
“แล้วคุณรู้หรือเปล่า” เธอถาม เสียงไม่สั่น แต่แข็งขึ้น
เขาเปิดตา มองนาฬิกาอีกครั้ง คราวนี้นานกว่าทุกครั้ง “ผมรู้แค่ว่า” เขาพูด
“อีกไม่กี่นาที บทสนทนานี้จะจบลง”
”เพราะอะไร”
เขายิ้ม รอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่สุภาพ
ไม่ปลอบใจ
“เพราะมันควรจบแค่นี้”
เธอรู้สึกว่าหูอื้อเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเสียงดัง แต่เพราะ ความเงียบกำลังแน่นขึ้น
“คุณกำลังบอกลาใช่ไหม” เธอถามในที่สุด
เขาไม่ตอบ นาฬิกาเดินต่อ….สม่ำเสมอ เหมือนเดิม เหมือนตั้งใจจะยืนยันว่า มันยังทำหน้าที่ของมันอยู่
ห้านาทีก่อนเที่ยงคืน
เธอนั่งนิ่ง
นานกว่าที่บทสนทนาปกติควรจะยอมให้เป็น
“คุณไม่ตอบคำถามฉัน”
เธอพูดในที่สุด
เขามองเธอ เหมือนกำลังคิดว่า คำถามไหนควรถูกตอบ และคำถามไหนไม่จำเป็นแล้ว
“คุณอยากให้ผมตอบว่าอะไร” เขาถาม
“ความจริง”
เขาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่ไม่อาจเปลี่ยนกลับได้
“ความจริงไม่ใช่สิ่งที่คนเราฟังได้ตลอดเวลา”
เขาพูด
“บางทีมันควรถูกวางไว้ตรงกลาง แล้วปล่อยให้คนอื่นเลือกว่าจะมองหรือไม่”
“งั้นคุณก็วางมันไว้สิ” เธอว่า
“ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”

เขามองนาฬิกา เป็นครั้งสุดท้าย
“คุณเคยสังเกตไหม” เขาถาม
“ว่าคนเรามักจำเวลาสุดท้าย…ผิดเสมอ”
“ผิดยังไง”
“เรามักคิดว่า เรายังมีเวลาอีกนิด….“
เธอกลืนน้ำลาย โดยไม่รู้ว่าทำไม
“คุณกำลังจะบอกว่า เวลาหมดแล้วหรือเปล่า”
เขาไม่ตอบ เพียงแต่ยื่นมือ….ออกมา วางลงบนโต๊ะ ระหว่างถ้วยชาของเธอกับของเขา
“ถ้าผมไม่พูดอะไรต่อ” เขาถาม “คุณจะทำยังไง”
“ฉันก็จะเรียกชื่อคุณ”
”แล้วถ้าผมไม่ตอบ”
เธอไม่ลังเล “ฉันจะจับมือคุณ”
เขายิ้มรอยยิ้มเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น
“ดีแล้ว” เขาพูด
“ผมอยากให้เป็นแบบนั้น”
เธอขยับเก้าอี้ เอื้อมมือไปข้างหน้า
เดี๋ยว…” เขาพูดขึ้น เสียงเรียบ สุภาพ เหมือนทุกครั้ง
“ถ้าผมไม่ตอบ อย่าเรียกชื่อผมซ้ำ”
มือของเธอหยุดกลางอากาศ
“ทำไม”
เขามองเธอสายตานิ่งจนเธอไม่อาจอ่านได้
“เพราะผมอยากรู้ว่า” เขาพูดช้า ๆ
“คุณจะรู้ตอนไหน โดยที่ไม่มีใครบอก”
เธอขมวดคิ้ว…..!
“รู้เรื่อง..ละไร”
เขาไม่ตอบ เธอเอื้อมมือไปต่อ… แตะโต๊ะ…แตะถ้วยชา
แล้วจึงแตะ…….เธอชะงัก !!
“คุณเล่นอะไรอยู่” เธอพูด
พยายามให้เสียงฟังดูปกติ
เขาไม่ขยับ เธอเอ่ยชื่อเขาหนึ่งครั้ง
ไม่มีคำตอบ เธอเอื้อมมือ…ไปจับมือเขาเต็ม ๆ ..!
แล้วเธอก็เข้าใจทันทีว่า…..
บทสนทนานี้จบไปตั้งแต่…ก่อนที่เขาจะขอให้เธอจับมือ !!



