หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน"ธรรมนูญงานศพ" : หยุดค่านิยมจอมปลอม คืนความถูกต้องให้สังคม   

“ธรรมนูญงานศพ” : หยุดค่านิยมจอมปลอม คืนความถูกต้องให้สังคม   

เผยแพร่

spot_img

โดย พจน์ เมืองนนท์

      งานศพในปัจจุบันกำลังกลายเป็น “กับดัก” ที่กักขังชาวบ้านไว้ด้วยหนี้สินและหน้าตา ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ความยิ่งใหญ่ของงานพิธี ไม่ได้สะท้อนถึงความกตัญญูหรือความดีงาม แต่คือการเบียดเบียนตนเองและครอบครัวอย่างขาดสติ

ผมขอเสนอ “ธรรมนูญงานศพ” เพื่อเป็นมาตรฐานแห่งการตื่นรู้ของชุมชน ดังนี้:

 1. ถึงผู้นำและผู้ทรงเกียรติ: อย่าให้ตำแหน่งบดบังหัวใจ

การก้าวขึ้นเป็นประธานในพิธีของท่าน ต้องไม่ใช่แค่การแสดงอำนาจหรือการหาเสียง แต่ต้องเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพอย่างจริงใจ

       สิ่งที่ควรปฏิบัติ: หากท่านไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับผู้ตาย “ต้อง” ให้เกียรติเชิญญาติผู้ใหญ่ที่ผู้ตายเคารพรักขึ้นร่วมพิธีบนเวทีทุกครั้ง อย่าปล่อยให้คนในครอบครัวเป็นเพียงตัวประกอบในงานของตัวเอง

      สำนึกที่ต้องมี: ผู้นำที่แท้จริงต้องกล้าประกาศสนับสนุนงานที่เรียบง่าย ไม่ใช่ร่วมสนับสนุนความฟุ่มเฟือยเพื่อเอาใจกระแสสังคม

      2. ถึงพระสงฆ์: ธรรมะต้องนำหน้าปัจจัย

พระสงฆ์คือที่พึ่งทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่เครื่องมือของพิธีกรรมพาณิชย์

     สิ่งที่ควรปฏิบัติ: ต้องกล้าที่จะเทศนาบอกชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมาว่า บุญกุศลไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าในซองปัจจัย หรือจำนวนคืนที่สวด

     สำนึกที่ต้องมี: การปล่อยให้เจ้าภาพกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานโดยไม่ตักเตือน คือการเพิกเฉยต่อความทุกข์ของชาวบ้าน สถาบันสงฆ์ต้องกลับมาเป็นแบบอย่างแห่งความสมถะ เพื่อดึงสังคมกลับสู่แก่นแท้ของพุทธธรรม

     3. ถึงเจ้าภาพ: ความกตัญญูต้องไม่ตามมาด้วยหนี้สิน

อย่าให้คำนินทาของคนอื่นมีค่ามากกว่าอนาคตของคนในครอบครัว

       สิ่งที่ควรปฏิบัติ: ตัดสิ่งที่เกินจำเป็นทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูที่ฟุ่มเฟือยหรืออบายมุขในงาน

      สำนึกที่ต้องมี: การจัดงานที่สมเกียรติ คือการดูแลคนข้างหลังให้มีความมั่นคง ไม่ใช่การจัดงานเอาหน้าแล้วทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลานชดใช้

    4. ถึงผู้ร่วมงาน: หยุดประเมินค่าคนจากขนาดของงาน

สังคมจะเปลี่ยนได้ ถ้าคนรอบข้างหยุดกดดันเจ้าภาพด้วยสายตาและการนินทา

    สิ่งที่ควรปฏิบัติ: มาร่วมงานด้วยความเคารพและอาทรต่อผู้สูญเสีย ไม่ใช่มาเพื่อเป็นกรรมการตัดสินความสวยงามหรือความยิ่งใหญ่

    สำนึกที่ต้องมี: การชื่นชมงานที่ฟุ่มเฟือยเกินฐานะ คือการร่วมทำร้ายชุมชนทางอ้อม เราต้องให้เกียรติเจ้าภาพที่ “กล้า” จะเรียบง่าย

      ผมไม่ได้ขวางโลก แต่ผมกำลังเรียกคืน “ความถูกต้อง” กลับมาสู่บ้านเกิด ความตายคือการเตือนสติ ไม่ใช่เวทีแสดงความมั่งมี ใครจะเริ่มก่อนไม่สำคัญ แต่เราจะเริ่มที่นี่ เพื่อหยุดวงจรความทุกข์ที่ฉาบไว้ด้วยหน้าตา

  #ธรรมนูญงานศพ #หยุดค่านิยมจอมปลอม #อำนาจเจริญที่ถูกต้อง #หัวตะพานต้องกล้าเปลี่ยน

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น   “เรารักกัน…เพราะไม่รู้จักกัน !”

ในโลกที่ความรักถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงการรูดปลายนิ้วไปบนหน้าจอกระจกเย็นเฉียบ… “แมน” พบว่าตัวเองติดอยู่ในวังวนของแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนมาเกือบสามเดือนแล้ว เขาตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อ "มล” ผู้หญิงที่เขาไม่เคยได้ยินเสียงจริง ไม่เคยสัมผัสไออุ่นจากปลายนิ้ว และไม่เคยแม้แต่จะเห็นแววตาของเธอผ่านดวงตาคู่นี้จริงๆ

“กรุงเทพ ฯ “ สวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก   สู่บททดสอบความปลอดภัยที่เปราะบาง….!

สมการผู้ว่าฯ กทม. ยุคใหม่ ต้องกล้ากำหนด "ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์" มากกว่านโยบายแก้ปัญหารายวัน วางประกบพิมพ์เขียวเมืองหลวงยุโรป-เอเชีย สกัดกั้นภัยไซเบอร์ข้ามชาติ ท้าทายวิสัยทัศน์แคนดิเดตเสาชิงช้า                             ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งใหม่ เสียงกองเชียร์และขบวนกลองยาวอาจสร้างสีสันทางสถิติ ทว่าสิ่งทีสังคมเมืองหลวงกำลังตั้งคำถามอย่างเงียบเชียบทว่าหนักแน่น คือ “ทิศทาง” ที่แท้จริงของมหานครแห่งนี้ บนเวทีโลก                         “กรุงเทพฯ” ...

คุก 24 ปี  อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินรับสินบน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่าศาลประชาชนในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน มีคำพิพากษาให้นายสือ หย่งซิน อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน รับโทษจำคุกเป็นเวลา 24 ปี ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบขณะดำรงสมณเพศ...

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน