เมื่อเสียงปืนดัง… แต่คนห่วงไวน์มากกว่าชีวิต!
เรื่องมันเริ่มตอน 21:47 น. ในงานเลี้ยงสุดหรูที่รวมตัวเหล่านักข่าวและนักการเมืองระดับโลก จู่ๆ ก็มีเสียงปืนลูกซองดังขึ้นในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน หน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) รีบพาตัวผู้นำหนีออกไปอย่างรวดเร็วภายใน 90 วินาทีตามแผนเป๊ะๆ
แต่ความพีกมันอยู่ที่ “ไวน์”
ในฐานะโปรดิวเซอร์ ผมคือคนสั่งไวน์แดงจากโอเรกอนมาทั้งหมด 188 ขวด ราคาขวดละ 76 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,700 บาท) ผมจำราคาได้แม่นเพราะเป็นคนต่อราคาเองกับมือ!
สิ่งที่ผมเห็นระหว่างการอพยพหนีตาย
นักข่าวสาว ใส่ส้นสูง วิ่งหนีแต่ในมือหิ้วไวน์ไป 2 ขวดแบบไม่กระฉอก

ชายชุดทักซิโด้ แอบเอาไวน์ยัดใส่เสื้อเหมือนขโมยหนังสือในสนามบิน
ตัวตึงสุด ผู้หญิงคนหนึ่งก่อนจะวิ่งหนี ยังมีแก่ใจหยิบขวดขึ้นมา “เช็กปีผลิต” พอเห็นว่าไม่ใช่ปีที่ชอบ ก็วางลงแล้วหยิบอีกขวดไปแทน (นี่คือสัญชาตญาณนักข่าวของแท้… คัดกรองข้อมูลแม้ในนาทีชีวิต!)
ถ้าลองคำนวณดูเล่นๆ มูลค่าไวน์ที่หายไป 147 ขวดนั้นสูงถึง 11,172 ดอลลาร์ (ถ้าขายราคาโรงแรมก็เกือบ 1 ล้านบาท!) ซึ่งมูลค่ารวมมันสูงกว่าค่าเสื้อกันกระสุนของเจ้าหน้าที่ที่ยอมรับกระสุนแทนแขกในงานเสียอีก
#บทสรุปของคืนนั้น ไม่มีแขกบาดเจ็บ และที่น่าทึ่งคือ “ไม่มีไวน์แตกแม้แต่ขวดเดียว” แขกเกือบทั้งหมดไม่ได้ดูหวาดกลัว แต่ดู “รำคาญ” ที่งานโดนขัดจังหวะ สำหรับพวกเขา มือปืนบุกงานเลี้ยงเป็นแค่ปัญหาทางเทคนิค ส่วนไวน์บนโต๊ะคือของต้องเอากลับบ้าน!
สโลแกนของงานคือ “สื่อเสรีเพื่อประชาชน” (A Free Press for a Free People) …สื่ออาจจะเสรีจริงมั้ง แต่ไวน์ขวดละเกือบสามพันพรรคนั้น “ฟรี” กว่า พวกเขาเลยหยิบติดมือไปแบบไม่ต้องคิด
สุดท้ายผมถึงได้เข้าใจ… มันไม่ใช่การลอบสังหาร แต่มันคือแผนปล้นไวน์ที่แนบเนียนที่สุดเท่าที่เคยมีมา!
Source: Peter Girnus
#ปล้นไวน์กลางวงกระสุน #WHCD #เรื่องเล่าหลังทำเนียบขาว #ไวน์ฟรีเพื่อสื่อเสรี #วินเทจต้องได้แม้ตายไม่ว่า



