กระแสการเชื่อมทะเลอ่าวไทยกับอันดามันกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลายคนอาจไม่รู้ว่าแนวคิดนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า 300 ปีมาแล้ว แนวคิดการขุดคอคอดกระเริ่มปรากฏแนวคิดครั้งแรกตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2220) เพื่อใช้ประโยชน์ในการเดินเรือเชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จและมีการรื้อฟื้นศึกษาความเป็นไปได้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน
“คอคอดกระ” มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างเพียง 50 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนนี้นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในการที่จะขุดคลองตัดผ่านจนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเศสคิดจะขุดคอคอดกระเพื่อร่นระยะทางในการเดินเรือจากฝั่งทะเลอันดามันข้ามมายังฝั่งอ่าวไทย โดยไม่ต้องอ้อมไปทางแหลมมลายู ผ่ายมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังไม่สามารถสร้างได้
จนถึงหลังปี พ.ศ. 2544 รัฐบาลได้เปลี่ยนแนวคิดจากคอคอดกระที่ศึกษาอย่างละเอียดแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมศาสตร์ อันได้แก่สภาพพื้นที่ที่ต้องขุดที่คอคอดกระนั้นเป็นหินและภูเขา และความมั่นคงเนื่องจากบริเวณคอคอดกระอยู่ที่ชายแดนพม่าปากแม่น้ำกระบุรี แล้วเปลี่ยนย้ายพื้นที่เป้าหมายใหม่ มาเป็นภาคใต้ตอนล่าง ที่เรียกว่า “คลอง 9A” ผ่านกระบี่-ตรัง-นครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตรแทน โดยใช้ชื่อว่าโครงการ “คลองไทย”
ด้วยอุปสรรค และข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีก็ยังไม่สามารถสร้าง “คลองไทย” ได้ จึงมีความพยายามจะริเริ่มทำโครงการใหม่ที่เรียกว่า “โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge)” ขึ้นมาแทน คือแทนที่จุดขุดคลองตัดแผ่นดินก็ใช้วิธีการขนส่งที่ผสมผสานประกอบด้วยทางหลวงแผ่นดินและทางรถไฟเชื่อม 2 ฝั่งมหาสมุทรเข้าด้วยกันแทน ซึ่งวิธีนี้จะใช้งบประมาณน้อยกว่าและไม่ต้องตัดแบ่งแผ่นดินออกจากกันนั่นเอง ซึ่งมี 3 ส่วน คือ
1. การสร้างท่าเรือน้ำลึกสองฝั่ง ที่แหลมอ่าวอ่าง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง(ทะเลอันดามัน) และที่แหลมริ่ว อำเภอหลังสวน อำเภอท่าตะโก จังหวัดชุมพร(ทะเลอ่าวไทย)
2. ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ขนาดหกช่องจราจร ระยะทางประมาณ 87.50 กิโลเมตร
3. ทางรถไฟรางคู่ จำนวนสี่ทาง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างอันดามัน และอ่าวไทย
สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคอคอดกระ – คลองไทย – แลนด์บริดจ์ ก็มีข้อดีและข้อกังวลที่สรุปสั้นๆ คือ
ข้อดี : ลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งทางน้ำ, ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย, พัฒนาพื้นที่ภาคใต้สู่ระเบียงเศรษฐกิจใหม่
ข้อกังวล : ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน, ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ, ความมั่นคงและภูมิรัฐศาตร์, และความเสี่ยงหากไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเท่าที่ควร



