หน้าแรกสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนคำว่า "รกร้าง" ในมุมมองของรัฐ  ตีความด้วย "มูลค่าทางเศรษฐกิจ" เพียงอย่างเดียว

คำว่า “รกร้าง” ในมุมมองของรัฐ  ตีความด้วย “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” เพียงอย่างเดียว

เผยแพร่

spot_img

โดยละเลย “มูลค่าทางนิเวศ” ไปอย่างสิ้นเชิง

นี่คือการขยายความว่าทำไมการนิยามคำว่า “รกร้าง”

ถึงเป็นต้นตอของหายนะ

1. “รกร้าง” หรือ “กำลังฟื้นฟู”?

มุมมองกฎหมาย

ที่ดินที่มีต้นหญ้าขึ้นสูง มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ไม่มีการไถหว่าน

“ที่ดินที่ไม่ทำประโยชน์”

(ต้องถูกลงโทษด้วยภาษีแพง)

ความจริง

ธรรมชาติไม่เคย “หยุดทำงาน” ที่ดินแปลงนั้นกำลังทำหน้าที่ เป็นฟองน้ำซับน้ำฝน

(ลดน้ำท่วม)

เป็นเครื่องฟอกอากาศ

(ดักจับฝุ่น PM2.5)

เป็นบ้านของนกและแมลง

(ช่วยผสมเกสร)

เป็นการลดอุณหภูมิเมือง

2. กับดักของคำว่า “ทำประโยชน์” 

กฎหมายบอกว่าต้อง “ทำประโยชน์” ถึงจะเสียภาษีถูก

แต่คำว่าประโยชน์ในที่นี้ ถูกจำกัดแคบมาก

ปลูกกล้วย 100 ต้น = ทำประโยชน์

(แม้จะตัดต้นไม้ใหญ่ทิ้ง เพื่อปลูกกล้วยก็ตาม)

 รัฐมองว่าดี

ปล่อยให้ต้นยางนาหรือต้นจามจุรีใหญ่อายุนับร้อยปี ยืนต้นตระหง่าน  รกร้าง

(เพราะไม่ได้เก็บผลกินหรือขายเนื้อไม้)

 รัฐมองว่าไร้ค่า

นี่คือตลกร้าย

“เรากำลังทำลายระบบนิเวศ ที่มีมูลค่ามหาศาล เพื่อแลกกับพืชเกษตร

ที่มีมูลค่าต่ำติดดินเพียงเพื่อให้เข้าเกณฑ์ คำว่า ‘ทำประโยชน์’ ของรัฐ

3. เรากำลังมอง “พื้นที่สีเขียว” เป็น “ศัตรู”

เพราะคำว่า “รกร้าง” ถูกแปะป้ายว่าเป็นสิ่งไม่ดี เป็นสิ่งที่ต้องรีบกำจัด

เจ้าของที่ดินจึงเกิดทัศนคติว่า

“ต้นไม้ขึ้นรกจัง เดี๋ยวโดนภาษีแพง ต้องรีบจ้างคนมาถาง”

“หญ้าขึ้นสูงแล้ว ต้องรีบจุดไฟเผา เดี๋ยวเขาหาว่าที่รกร้าง”

แทนที่กฎหมาย

จะทำให้คน “หวงแหน” ธรรมชาติ

กลับกลายเป็นกฎหมาย

ที่ทำให้คน “หวาดกลัว” ธรรมชาติ

ต้อง “นิยามใหม่” 

ทางออกของเรื่องนี้

ไม่ใช่การยกเลิกภาษี

แต่คือการแก้ “นิยาม”

ในมาตรากฎหมาย

นิยาม “การใช้ประโยชน์” ใหม่

การปล่อยให้ที่ดิน

เป็นพื้นที่สีเขียวป่าในเมือง หรือพื้นที่รับน้ำ 

ต้องถือเป็น

“การทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ”

ไม่ใช่ที่รกร้าง

แยกแยะ “รกร้าง” กับ “ธรรมชาติ”

รกร้าง ตึกร้าง ซากคอนกรีต ขยะกองทับถม แหล่งมั่วสุม

 เก็บภาษีให้หนัก

ธรรมชาติ ที่ดินที่มีไม้ยืนต้นมีพืชคลุมดิน ตามเกณฑ์นิเวศวิทยา

ลด/ยกเว้นภาษี

สรุป

ตราบใดที่เรายังตีความว่า

“พื้นที่ที่มนุษย์ ไม่ได้เข้าไปกอบโกย คือพื้นที่ไร้ค่า”

เราก็จะยังคงเผาและทำลายธรรมชาติ

ต่อไปไม่จบสิ้น…

เพราะเรากำลังใช้กฎหมาย

บังคับให้คนทำลายโลกครับ

Solomon adam

ข่าวล่าสุด

รู้หรือไม่ อเมริกาเคยมีเมืองหลวงมาแล้วทั้งหมด 9 แห่ง 

ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) รัฐเพนซิลเวเนีย เมืองหลวงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกาไม่เป็นทางการแต่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างและเป็นเมืองหลวงหลักหลายครั้งตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1774-1800

เปิดตำนานรักข้ามทวีป! “เคลเปตาน” นกกระสาผู้ภักดี บินหมื่นกิโลฯ กลับหาคู่รักปีกหักนานกว่า 20 ปี

เมื่อนิยามของคำว่า "รักแท้" ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพจนานุกรมของมนุษย์ แต่ปรากฏชัดในเส้นทางการบินกว่า 13,000 กิโลเมตร ของนกกระสาตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "เคลเปตาน"

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน

ข่าวอื่นๆ

เปิดตำนานรักข้ามทวีป! “เคลเปตาน” นกกระสาผู้ภักดี บินหมื่นกิโลฯ กลับหาคู่รักปีกหักนานกว่า 20 ปี

เมื่อนิยามของคำว่า "รักแท้" ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพจนานุกรมของมนุษย์ แต่ปรากฏชัดในเส้นทางการบินกว่า 13,000 กิโลเมตร ของนกกระสาตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "เคลเปตาน"

เข้าใจง่ายๆ “จากคอคอดกระ ถึง แลนด์บริดจ์” 300 กว่าปีแล้วที่ยังสร้างไม่ได้ ? 

ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า 300 ปีมาแล้ว แนวคิดการขุดคอคอดกระเริ่มปรากฏแนวคิดครั้งแรกตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2220)

การที่มะม่วงออกดอกมากในปี 2569 

ความหมายเมื่อมะม่วงออกดอกมาก: • สภาพอากาศเหมาะสม: ช่วงก่อนหน้ามีอากาศหนาวเย็นติดต่อกัน และแห้งแล้งเพียงพอ ทำให้ต้นมะม่วงสะสมอาหารและเปลี่ยนสภาพมาออกดอก