หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“กำแพง”… กลายเป็นเกมการเมือง… ...

“กำแพง”… กลายเป็นเกมการเมือง… “ใคร ?..กำลังชนใคร“

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | ชัยทัศน์

ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569

                             คำว่า “กำแพง”… กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลัง น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคประชาชน เปรียบเปรยความรู้สึกในการผลักดันงานทางการเมืองว่าเหมือนการ “สู้กับกำแพง” สะท้อนภาพของฝ่ายที่พยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลง แต่เผชิญแรงต้านจากโครงสร้างอำนาจ ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะโพสต์ตอบโต้ว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น” พร้อมเตือนว่า หากยังวิ่งชนต่อไปก็มีแต่จะ “เจ็บหัวอีก” ทำให้คำว่า “กำแพง” จากเดิมที่เป็นเพียงคำอธิบายความอึดอัดของฝ่ายการเมือง กลายเป็นวาทกรรมใหม่ของการปะทะระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน

                             หากมองให้พ้นจากตัวบุคคล “กำแพง” ในเรื่องนี้จึงมีความหมายมากกว่าสิ่งกีดขวางทางการเมือง เพราะแต่ละฝ่ายกำลังใช้คำเดียวกันอธิบายของเรื่องคนละโลก ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมองกำแพงเป็นโครงสร้างที่ขวางการเดินหน้า ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถตีความได้ว่า กำแพงคือแนวป้องกันที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกทางการเมือง และยิ่งมีการพยายามชนมากเท่าใด กำแพงก็ยิ่งถูกทำให้แข็งแรงขึ้นเท่านั้น ประโยคของนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่เพียงการยอกย้อน หากแต่เป็นการส่งสารทางการเมืองว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่กำแพง แต่อยู่ที่วิธีการเดินเข้าหากำแพง

                              จุดนี้ทำให้การต่อสู้ทางการเมืองขยับจากสนามนโยบายเข้าสู่สนาม “แย่งความหมาย” เพราะผู้ใดกำหนดได้ว่า“กำแพง” … หมายถึงอะไร ก็ย่อมมีโอกาสกำหนดด้วยว่าใครเป็นฝ่ายผิด ฝ่ายหนึ่งอาจมองว่าตนกำลังชนกับกำแพง เพราะระบบไม่เปิดทางให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เต็มที่ แต่อีกฝ่ายย่อมตอบได้ว่า หากระบบมีกติกา ก็ต้องเดินตามกติกา ไม่ใช่ใช้แรงกระแทกแทนกระบวนการ นี่จึงเป็นความขัดแย้งที่ลึกกว่าการตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เพราะเบื้องหลัง “กำแพง” คือคำถามใหญ่ว่า   การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองควรเกิดจากการทะลวงโครงสร้าง หรือจากการใช้กลไกของโครงสร้างนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบ

                             เมื่อ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์  นักวิเคราะห์การเมือง เข้ามาเสนอกรอบมองในทางวิชาการ ภาพของ “กำแพง” จึงถูกยกระดับจากวาทกรรมทางการเมืองไปสู่คำถามเชิงสถาบันมากขึ้น โดยมองว่าสิ่งที่ถูกเรียกว่า “กำแพง” อาจหมายถึงกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และกฎระเบียบ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรอบจำกัดการใช้อำนาจ แต่ข้อจำกัดไม่ได้หมายความว่าทางเดินจะสิ้นสุดเสมอไป เพราะระบบการเมืองที่มีกติกาย่อมมีทั้ง “กำแพง” และ “ประตู” อยู่พร้อมกัน คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ผู้เล่นทางการเมืองมองเห็น“ประตู” หรือไม่ และพร้อมจะเปิดประตูผ่านกลไกที่ระบบยอมรับหรือไม่ เพราะหากไม่เห็นประตูแล้วเลือกวิ่งชนกำแพง ความเสียหายย่อมเกิดขึ้นกับผู้ชนก่อน แต่ในทางกลับกัน หากกำแพงถูกสร้างขึ้นจนแทบไม่มีประตูให้เปิดจริง การบอกให้ผู้คนเพียง “อย่าวิ่งชน” ก็อาจไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอสำหรับการเมืองที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง

                            สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่าใครจะชนะในสงครามวาทกรรมครั้งนี้ แต่คือ “กำแพง” กำลังสะท้อนสภาพการเมืองไทยที่ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตนเป็นผู้ถูกกระทำ ฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกโครงสร้างขวาง อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองถูกแรงกดดันทางการเมืองกระแทก และเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างถือความชอบธรรมของตัวเองเป็นหลัก การถกเถียงก็อาจกลายเป็นการแข่งขันกันว่าใครจะสร้างกำแพงได้สูงกว่า แทนที่จะถามว่ากำแพงนั้นมีไว้เพื่อป้องกันประเทศ หรือเพื่อป้องกันอำนาจของผู้ที่ยืนอยู่หลังมัน ที่สำคัญกว่านั้นคือ หากระบบมี “ประตู” จริง ประตูนั้นเปิดด้วยเสียงของประชาชนหรือเปิดด้วยกุญแจของผู้มีอำนาจ

                             ท้ายที่สุด การเมืองที่เอาแต่ “ชนกำแพง” ย่อมไม่ได้ทำให้กำแพงหายไป เช่นเดียวกับการสร้างกำแพงให้หนาและสูงขึ้นทุกครั้งที่มีคนวิ่งชน ก็ไม่ได้ทำให้คำถามเรื่องประตูหายไปเช่นกัน 

#INSIDEINSIGHT #ชัยทัศน์ #กำแพงการเมือง#ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์#THAITRIBUNE#การเมืองไทย

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...