หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรัฐล็อกประตูห้ามอาวุธปืน 100% …จะรอดไหม ?

รัฐล็อกประตูห้ามอาวุธปืน 100% …จะรอดไหม ?

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569

แนะให้คุมปืนหลังบ้าน 10 ล้านกระบอก “ไม่ให้ขยับ” ..จะดีกว่า !

                         สังคมไทยต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญครั้งประวัติศาสตร์เมื่อสัปดาห์ก่อน จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่นักเรียนใช้อาวุธปืนยิง ปู่ ย่า ครูในโรงเรียน และเพื่อนนักเรียนเสียชีวิตรวมถึง 9 ศพ หลังจากนั้นไม่นาน เกิดเหตุการณ์อดีต สส. ก่อเหตุกราดยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เสียชีวิต และคนขับรถบาดเจ็บบริเวณศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ท่ามกลางคลื่นความรุนแรงจากอาวุธปืนที่สั่นสะเทือนสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งโศกนาฏกรรมในสถานศึกษาและคดีอุกฉกรรจ์ระดับท้องถิ่น

                        รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศมาตรการเด็ดขาดสั่งระงับการออกและต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทุกประเภท (ป.3, ป.4 และ ป.12) พร้อมประกาศห้ามพกพาออกนอกเคหสถาน 100% เด็ดขาดทุกกรณี 

                       มาตรการดังกล่าวแม้สะท้อนเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อทวงคืนความปลอดภัยให้สังคมเมือง แต่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกลับมองว่า การห้ามบนหน้ากระดาษเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากไม่พิจารณาถึงโครงสร้างความเป็นจริงของปริมาณอาวุธปืนที่มีอยู่มหาศาลในมือประชาชน

                     เมื่อเจาะลึกถึงรากเหง้าของปัญหา จะพบว่าประเทศไทยมีตัวเลขอาวุธปืนหมุนเวียนในระบบรวมทั้งหมดสูงถึงราว 10.4 ล้านกระบอก แบ่งเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 6 ล้านกระบอก และปืนเถื่อนหรือปืนนอกระบบที่หลุดรอดการควบคุมอีกกว่า 4 ล้านกระบอก การที่รัฐบาลมุ่งเป้าไปที่การปราบปรามเฉพาะ “ปืนเถื่อน” จึงยังไม่ใช่คำตอบเบ็ดเสร็จ เนื่องจากในความเป็นจริง อาชญากรรมหลายครั้งไม่ได้มาจากปืนนอกระบบเท่านั้น แต่ผู้ก่อเหตุจำนวนมากยังสามารถเข้าถึงและนำ “อาวุธปืนมีทะเบียนที่ถูกกฎหมาย” ของตนเอง คนในครอบครัว หรือเครือข่ายคนใกล้ชิด มาใช้ก่อเหตุสะเทือนขวัญด้วยความโกรธชั่ววูบหรือขาดสติ การบล็อกการออกใบอนุญาตใหม่จึงไม่สามารถแก้ปัญหาการรั่วไหลของปืนถูกกฎหมาย 6 ล้านกระบอกที่มีอยู่เดิมในสังคมได้เลย

                            เมื่อหันไปมองโมเดลการจัดการปัญหาอาวุธปืนในระดับสากล ประเทศที่มีความปลอดภัยสูงอย่างสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น เลือกใช้แนวทางควบคุมเด็ดขาดควบคู่กับการตรวจสอบที่เข้มงวดทุกกระบอก ขณะที่ประเทศออสเตรเลียเคยประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการดำเนินโครงการซื้อคืนอาวุธปืน (Buyback Program) ครั้งใหญ่หลังเกิดวิกฤตความรุนแรง ซึ่งแตกต่างจากบริบทของไทยที่มาตรการส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการจำกัดสิทธิของสุจริตชนและสนามกีฬายิงปืน มากกว่าการสร้างกลไกเชิงรุกเพื่อควบคุมและตรวจสอบย้อนกลับอาวุธปืนทั้งระบบ

                            ดังนั้น โจทย์ใหญ่ที่แท้จริงจึงไม่ใช่การพยายามล็อกกุญแจขังปืนถูกกฎหมายทุกกระบอกแล้วหวังว่าอาชญากรรมจะหายไป แต่อยู่ที่คำถามสำคัญว่า “รัฐจะบริหารจัดการอย่างไรไม่ให้อาวุธปืน 10.4 ล้านกระบอกที่มีอยู่เดิมไหลทะลักกลายเป็นเครื่องมือประหัตประหารในมือโจร?” ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเร่งสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ  ตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตและความประพฤติของผู้ครอบครองปืนถูกกฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการนิรโทษกรรมปืนเถื่อน และกวาดล้างขบวนการค้าอาวุธอย่างจริงจัง มิฉะนั้น มาตรการห้าม 100% ก็จะเป็นเพียงแค่การ “ปลดอาวุธคนดี แต่ปล่อยให้โจรเดินถือปืนลอยนวล” ต่อไปในท้ายที่สุด

#ปืนเถื่อน#ใบอนุญาตอาวุธปืน#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#อาวุธปืน10 ล้านกระบอก

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น   “ศิลาเทวาลัย”| ชัยทัศน์

“มันต้องเป็นของผม” เสียงนั้นไม่ได้ออกจากปาก แต่มันก้องสะท้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเข็มนาฬิกาที่เดินอยู่ในห้องที่เงียบสงัด “ศิลาเทวาลัย”

“แม่แห่งแผ่นดิน”…ผู้ทรงพลิกฟื้นผืนป่าและสยามประเทศด้วยพระปรีชาสามารถ

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากพระราชปณิธานอันแน่วแน่สู่มรดกแห่งการพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์                                เนื่องในศุภวาระมหามงคลสมัย “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แม้ผืนแผ่นดินไทยจะโศกเศร้ากับการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ...

“กำแพง”… กลายเป็นเกมการเมือง… “ใคร ?..กำลังชนใคร“

คำว่า “กำแพง”… กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลัง น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคประชาชน เปรียบเปรยความรู้สึกในการผลักดันงานทางการเมืองว่าเหมือนการ “สู้กับกำแพง”

ไทยเก่งสุด ๆ ในการใช้.. เทคโนโลยี !  แต่ยังต้องซื้อ “มันสมอง” จากคนอื่น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ระบุว่าไทยยังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลทักษะสูง ขณะที่ สศช.ชี้ว่าผลิตภาพแรงงานยังเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย

ข่าวอื่นๆ

“แม่แห่งแผ่นดิน”…ผู้ทรงพลิกฟื้นผืนป่าและสยามประเทศด้วยพระปรีชาสามารถ

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากพระราชปณิธานอันแน่วแน่สู่มรดกแห่งการพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์                                เนื่องในศุภวาระมหามงคลสมัย “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แม้ผืนแผ่นดินไทยจะโศกเศร้ากับการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ...

“กำแพง”… กลายเป็นเกมการเมือง… “ใคร ?..กำลังชนใคร“

คำว่า “กำแพง”… กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลัง น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคประชาชน เปรียบเปรยความรู้สึกในการผลักดันงานทางการเมืองว่าเหมือนการ “สู้กับกำแพง”

ไทยเก่งสุด ๆ ในการใช้.. เทคโนโลยี !  แต่ยังต้องซื้อ “มันสมอง” จากคนอื่น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ระบุว่าไทยยังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลทักษะสูง ขณะที่ สศช.ชี้ว่าผลิตภาพแรงงานยังเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย