หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ดินเนอร์-ครุยส์”เจ้าพระยา จะเป็น “ตลาดสดลอยน้ำ” ไหม ?

“ดินเนอร์-ครุยส์”เจ้าพระยา จะเป็น “ตลาดสดลอยน้ำ” ไหม ?

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | ชัยทัศน์

ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569

สู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวบนแม่น้ำ ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่จำนวนผู้โดยสาร แต่คือการจัดระเบียบความปลอดภัย ท่าเทียบเรือ เสียง และคุณภาพของเจ้าพระยาในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก

                         ยามค่ำคืน เมื่อแสงไฟจากสองฝั่งทอดประกายลงบนผิวน้ำ เจ้าพระยาดูราวกับสายธารสีทองที่ไหลผ่านหัวใจกรุงเทพฯ เรือดินเนอร์ขนาดน้อย,ใหญ่ เคลื่อนผ่านฉากหลังของวัดวาอารามอันงามสง่า  อาคารประวัติศาสตร์  ตึกสูงเสียดฟ้า และเส้นแสงระยิบระยับของมหานครยามราตรี 

                        ภาพเช่นนี้มิใช่เพียงความงดงาม หากคือ Tourism Asset ที่มีมูลค่าสูงและหาได้ยากในเมืองท่องเที่ยวอื่น แต่ยิ่งธุรกิจเติบโต คำถามที่สำคัญกว่าจำนวนเรือและรายได้กลับอยู่ที่ว่า เจ้าพระยากำลังมุ่งสู่ World-class River Tourism หรือกำลังกลายเป็น “ตลาดสดลอยน้ำ” ที่ผู้ประกอบการต่างแย่งพื้นที่เดียวกัน เพราะแม่น้ำที่มีคุณค่าทางการท่องเที่ยวสูง ย่อมต้องการมากกว่าการปล่อยให้ธุรกิจเติบโตตามกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว

                            ธุรกิจเรือดินเนอร์บนเจ้าพระยาเติบโตจนกลายเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบการจำนวนมาก เรือขนาดใหญ่รองรับผู้โดยสารหลักร้อยลำแล้วลำเล่า   ขณะที่ท่าเทียบเรือสำคัญต้องรองรับผู้โดยสารจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อเรือหลายลำเข้า-ออกในจังหวะใกล้เคียงกัน ปัญหาจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการจราจรทางน้ำ แต่รวมถึงการจัดคิวเรือ การขึ้นลงผู้โดยสาร ความปลอดภัย เสียงจากกิจกรรมบนเรือ และผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่ง นี่คือจุดที่ธุรกิจต้องก้าวจากการแข่งขันระหว่าง “เรือกับเรือ” ไปสู่การคิดแบบ River Management เพราะความสำเร็จของเรือลำหนึ่ง ไม่ควรกลายเป็นต้นทุนของทั้งแม่น้ำ

                             มองไปที่ Sydney Harbour ออสเตรเลีย บทเรียนสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเรือ แต่คือการกำหนดกติกาให้กิจกรรมทางน้ำอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างสมดุล กฎของรัฐนิวเซาท์เวลส์มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียงของเรือพาณิชย์ในพื้นที่เปิด รวมถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับการจอดหรือทอดสมอใกล้ชายฝั่งในบางช่วงเวลา หลักคิดนี้สะท้อนคำว่า Noise Control และคุณภาพชีวิตของชุมชนริมฝั่งได้อย่างชัดเจน นั่นคือการท่องเที่ยวต้องสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน โดยไม่เปลี่ยนความประทับใจนั้นให้กลายเป็นความเดือดร้อนของคนในเมือง

                             ขณะที่ แม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอน แสดงให้เห็นการบริหารแม่น้ำในอีกระดับหนึ่ง การเดินเรืออยู่ภายใต้การกำกับของการท่าเรือแห่งลอนดอน ซึ่งมีกฎเกี่ยวกับเรือพาณิชย์ ใบอนุญาต การจำกัดความเร็ว และระบบบริหารการจราจรทางน้ำ หรือ Vessel Traffic Service ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ระบบเช่นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำให้แม่น้ำเงียบหรือให้มีเรือน้อยลง แต่ทำให้เรือจำนวนมากสามารถใช้แม่น้ำสายเดียวกันได้อย่างเป็นระบบ ความคิดสำคัญจึงอยู่ที่ “เรือมาก ไม่จำเป็นต้องวุ่นวาย” หากมีกติกาและการบริหารที่มีประสิทธิภาพ

                           ส่วน แม่น้ำดานูบในกรุงเวียนนา ให้บทเรียนที่ต่างออกไป นั่นคือการรักษาแม่น้ำให้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เมือง ไม่ใช่เพียงเส้นทางเดินเรือ นักท่องเที่ยวไม่ได้ซื้อเพียง “ตั๋วเรือ” แต่ซื้อประสบการณ์ของเมือง ทั้งภูมิทัศน์ สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมริมสายน้ำ แนวคิดนี้เรียกว่า River Destination ได้อย่างเหมาะสม และเจ้าพระยามีต้นทุนทางวัฒนธรรมมากมายมหาศาลอยู่แล้ว ทั้งวัดวา พระราชวัง ชุมชนเก่า อาคารประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำ คำถามจึงไม่ใช่ว่าเจ้าพระยาจะเลียนแบบซิดนีย์ ลอนดอน หรือเวียนนาได้หรือไม่ แต่คือ เราจะบริหารอย่างไรให้โลกมองเห็นคุณค่าที่เจ้าพระยามีอยู่แล้ว

                             ประเทศไทยจึงไม่ควรมองการเติบโตของเรือดินเนอร์เป็นเพียงเรื่องจำนวนผู้โดยสารหรือรายได้ของผู้ประกอบการแต่ละราย หากควรมองเป็นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของเมืองทั้งเมือง ด้วย Chao Phraya River Tourism Master Plan ที่ครอบคลุมการจัดสรรท่าเทียบเรือ การกำหนดช่วงเวลาเข้า-ออก การบริหารการจราจรทางน้ำ มาตรฐานความปลอดภัย การควบคุมเสียง การจัดการผู้โดยสาร และการรักษาพื้นที่สำคัญริมฝั่ง 

#ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว#Chao Phraya River Tourism#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#เรือดินเนอร์

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...