หน้าแรกINSIDE - INSIGHTมหันตภัยหิมาลัย ไม่ใช่แค่ “น้ำท่วม”  “น้ำ”  ไม่รู้จักเส้นเขตแดน !

มหันตภัยหิมาลัย ไม่ใช่แค่ “น้ำท่วม”  “น้ำ”  ไม่รู้จักเส้นเขตแดน !

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569

ถอดบทเรียน “ภัยพิบัติลูกโซ่” เนปาล-ทิเบต เมื่อสัญญาณเตือนอาจเริ่มจาก “ยอดเขา” ไม่ใช่เมฆฝน

                            มหันตภัยบริเวณพรมแดนเนปาล-จีน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 กำลังกลายเป็นบทเรียนสำคัญของภัยพิบัติยุคใหม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียง “น้ำท่วมฉับพลัน” หากเป็น ภัยพิบัติลูกโซ่ ที่เริ่มจากพื้นที่สูง เมื่อธารน้ำแข็งพังถล่มลงมาพร้อมน้ำแข็งและหิน ก่อนกลายเป็นมวลเศษซากไหลลงสู่ลำน้ำ และปลดปล่อยมวลน้ำ โคลน และตะกอนจำนวนมหาศาลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานทั้งในเนปาลและบริเวณด่านจี้หลงในเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน โดยข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ ยูเอสจีเอส (USGS) ระบุว่า มวลภัยเคลื่อนตัวตามระบบลำน้ำเป็นระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตร

                              ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องคือ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 5.2 แม้ช่วงแรกจะมีรายงานและข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่การวิเคราะห์ของยูเอสจีเอสพบว่า ไม่มีแผ่นดินไหวเป็นต้นเหตุ สัญญาณการสั่นสะเทือนที่ตรวจวัดได้ประมาณขนาด 5.2 เกิดจากพลังงานที่ปลดปล่อยขณะธารน้ำแข็ง มวลหิน และเศษซากพังถล่มลงมา กล่าวอย่างง่ายที่สุดคือ “ภูเขาพังจนเกิดสัญญาณคล้ายแผ่นดินไหว” ไม่ใช่ “แผ่นดินไหวทำให้ภูเขาพัง” ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำตรีศูลีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงประมาณ 9 เมตรภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง สะท้อนว่า หากระบบเตือนภัยรอเพียงข้อมูลฝนตกหนักหรือระดับน้ำปลายน้ำ อาจเหลือเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอพยพ

                               เหตุการณ์นี้จึงชี้ให้เห็นข้อจำกัดสำคัญของระบบเตือนภัยแบบเดิม เพราะภัยอาจเริ่มต้นจาก “ต้นกำเนิดของภัย” บนยอดเขา ก่อนที่ผลกระทบจะปรากฏในพื้นที่ปลายน้ำ ระบบเตือนภัยยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมองตั้งแต่ธารน้ำแข็ง สภาพภูเขา การเคลื่อนตัวของมวลหินและน้ำแข็ง ภาพดาวเทียม ปริมาณน้ำ ไปจนถึงระดับแม่น้ำและชุมชนปลายน้ำ ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศกำลังเพิ่มความซับซ้อนของความเสี่ยง แม้ยังไม่ควรสรุปว่า “โลกร้อนเป็นสาเหตุโดยตรง” ของเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่การสูญเสียน้ำแข็งอย่างรวดเร็วในภูมิภาคฮินดูกูชหิมาลัยกำลังเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและความมั่นคงของพื้นที่ภูเขาสูง

                                บทเรียนสำคัญอีกประการคือ น้ำไม่รู้จักเส้นเขตแดน ภัยที่เริ่มต้นจากพื้นที่สูงของประเทศหนึ่งสามารถเคลื่อนตัวไปตามระบบแม่น้ำและสร้างผลกระทบต่อผู้คนและโครงสร้างพื้นฐานในอีกประเทศหนึ่งได้ ความเสี่ยงลักษณะนี้เรียกว่า ความเสี่ยงภัยพิบัติข้ามพรมแดน (Transboundary Disaster Risk) จึงจำเป็นต้องมีการแบ่งปันข้อมูล การเฝ้าระวัง และการสื่อสารฉุกเฉินระหว่างพื้นที่และระหว่างประเทศอย่างทันท่วงที ที่สำคัญ ระบบเตือนภัยไม่ควรทำหน้าที่เพียงบอกว่า “ภัยกำลังมา” แต่ต้องสามารถบอกได้ว่า ภัยเริ่มต้นจากที่ใด กำลังเคลื่อนตัวไปทางไหน และประชาชนต้องทำอะไรในเวลาที่เหลืออยู่

                           สำหรับประเทศไทย   นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้ไทยจะไม่มีธารน้ำแข็งแบบเทือกเขาหิมาลัย แต่เรามีภูเขาสูง พื้นที่ต้นน้ำ หุบเขา และชุมชนจำนวนมากที่ตั้งอยู่ตามแนวลำน้ำ ความเสี่ยงจากฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และการเปลี่ยนแปลงของระบบน้ำ สามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันเป็นภัยพิบัติลูกโซ่ได้ บทเรียนจากหิมาลัยจึงควรทำให้ไทยตระหนักว่า ภัยพิบัติไม่ได้จำเป็นต้องส่งสัญญาณในรูปแบบที่เราคุ้นเคย และไม่จำเป็นต้องรอให้ฝนตกหนักในพื้นที่เกิดเหตุเสียก่อน การเฝ้าระวังจึงต้องมองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นภาพเดียวกัน

                          สิ่งที่ไทยต้องทำจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมพร้อมเมื่อมีประกาศเตือนภัย แต่ต้อง เตรียมพร้อมทุกขณะ ด้วยระบบเตือนภัยพิบัติหลายประเภทแบบบูรณาการ.  ที่เชื่อมข้อมูลดาวเทียม สภาพอากาศ ปริมาณฝน ธรณีวิทยา การเคลื่อนตัวของดินและหิน ระดับน้ำ และข้อมูลจากชุมชนเข้าด้วยกัน พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและขั้นตอนการแจ้งเตือน อพยพที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง เพราะในภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เวลาที่สูญเสียไปเพียงไม่กี่นาที อาจหมายถึงชีวิตของประชาชนจำนวนมาก 

                         “บทเรียน” จากหิมาลัยจึงไม่ควรรอให้เกิดเหตุในประเทศไทยก่อนจึงลงมือเตรียมพร้อม   เพราะวันที่ภัยมาถึง อาจเป็นวันที่ไม่มีเวลาให้เราเตรียมตัวอีกแล้ว

#เนปาล-ทิเบต#ภัยพิบัติลูกโซ่#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#หิมาลัย

ข่าวล่าสุด

“รัฐมนตรี” ดวล “ทนาย” – วาทกรรมอำนาจใต้ร่มกระทรวงยุติธรรม

จากกรณีข้อพิพาททางวาจาระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและทนายความชื่อดัง ซึ่งลุกลามสู่การตั้งคำถามในระดับโครงสร้างทางสังคม

ร็อคสตาร์ “เนเน่” สะเทือนโลก เข้ารอบชิง AGT

Mel B ตัดสินใจทุบปุ่ม Live Golden Buzzer สีทองอร่าม ส่งให้เธอกระโจนผ่านรอบคัดออกและพุ่งตรงสู่ รอบชิงชนะเลิศทันทีโดยไม่ต้องลุ้นผลโหวตจากผู้ชมชาวอเมริกัน

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ดวล “ทนาย” – วาทกรรมอำนาจใต้ร่มกระทรวงยุติธรรม

จากกรณีข้อพิพาททางวาจาระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและทนายความชื่อดัง ซึ่งลุกลามสู่การตั้งคำถามในระดับโครงสร้างทางสังคม

ร็อคสตาร์ “เนเน่” สะเทือนโลก เข้ารอบชิง AGT

Mel B ตัดสินใจทุบปุ่ม Live Golden Buzzer สีทองอร่าม ส่งให้เธอกระโจนผ่านรอบคัดออกและพุ่งตรงสู่ รอบชิงชนะเลิศทันทีโดยไม่ต้องลุ้นผลโหวตจากผู้ชมชาวอเมริกัน

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...