วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

เผยแพร่

spot_img

  ในยุคที่ข้อมูลเดินทางเร็วกว่าเหตุผล  “ข่าวปลอม”  ไม่ได้เพียงทำให้เข้าใจผิด แต่กำลังบิดทิศทางการตัดสินใจของสังคมทั้งระบบตั้งแต่ระดับปัจเจก ไปจนถึงเสถียรภาพของรัฐ

                     ”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง ลักษณะร่วมของข่าวปลอมในปัจจุบันคือ ต้นทุนต่ำ แพร่กระจายรวดเร็ว ตรวจสอบได้ยาก และมุ่งกระตุ้นอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริง ส่งผลให้สังคมจำนวนมากตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่บิดเบือนพร้อมกันในวงกว้าง

                      สนามที่ข่าวปลอมระบาดรุนแรงที่สุดในระดับโลกสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้ หนึ่ง สนามสุขภาพ อาทิ วัคซีน ยา อาหารเสริม และโรคระบาด สอง สนามการเมือง เช่น การเลือกตั้ง ความชอบธรรมของรัฐ และความมั่นคง สาม สนามเศรษฐกิจ ได้แก่ หุ้น ค่าเงิน และข่าวล้มละลาย และสี่ สนามสังคม ซึ่งครอบคลุมประเด็นความเกลียดชัง ศาสนา และชาติพันธุ์

                     เหตุผลสำคัญคือสนามสุขภาพและการเมืองเกี่ยวข้องโดยตรงกับความกลัวและอำนาจ จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือปล่อยข้อมูลเท็จมากที่สุด

                     สหรัฐอเมริกาเผชิญข่าวปลอมด้านการเมืองอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สังคมแตกแยกและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด อินเดียเผชิญข่าวปลอมด้านสุขภาพและสังคม จนก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและเหตุรุนแรงในระดับชุมชน ขณะที่บราซิลได้รับผลกระทบจากข่าวปลอมด้านสุขภาพในช่วงโรคระบาด ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งปฏิเสธการรักษาและวัคซีน นำไปสู่การสูญเสียชีวิตในวงกว้าง

                      กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า  “ข่าวปลอม”  ไม่ใช่เพียงข้อมูลผิดพลาด แต่เป็นปัจจัยเร่งวิกฤตของสังคม

                      ในทางวิชาการ ข่าวปลอมสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น ข่าวที่ถูกแต่งขึ้นทั้งหมด ข่าวที่ถูกตัดต่อหรือดัดแปลง ข่าวจริงที่ถูกนำเสนอในบริบทเท็จ ข่าวแอบอ้างแหล่งที่มา และข่าวที่ถูกปล่อยโดยเจตนาเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม 

                      ต้นตอของข่าวปลอมส่วนใหญ่มาจากสามแรงจูงใจหลัก ได้แก่ ผลประโยชน์ทางการเมือง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากยอดคลิกและการโฆษณา และอคติทางความคิดส่วนบุคคล โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นตัวเร่งการแพร่กระจายของปัญหานี้

                       ประเทศไทยเผชิญข่าวปลอมอย่างเด่นชัดในสนามสุขภาพ สังคม และการเมือง โดยเฉพาะข่าวสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปลอมแปลงภาพและเสียงของพิธีกรชื่อดัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลสาธารณะ เพื่อโฆษณายา อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ข่าวลักษณะดังกล่าวอาศัยความน่าเชื่อถือของบุคคลผสมกับความหวาดกลัวด้านสุขภาพ ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อและตัดสินใจผิดพลาด ปัญหานี้สะท้อนช่องว่างเชิงโครงสร้างสำคัญ คือการรู้เท่าทันสื่อของสังคมไทยยังไม่ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคปัญญาประดิษฐ์

                            ประเทศที่สามารถรับมือข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ฟินแลนด์และไต้หวัน มิได้ใช้การปิดกั้นหรือการแบนเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สื่อมวลชน แพลตฟอร์มดิจิทัล และประชาชน ผ่านการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการเสริมสร้างทักษะคิดเชิงวิพากษ์ เพราะในโลกที่ใครก็สามารถปลอมเป็นใครก็ได้ด้วยเทคโนโลยี ปัญหาอาจไม่ใช่ข่าวปลอมที่มีมากเกินไป หากแต่เป็นสังคมที่ยังเลือกเชื่อในสิ่งที่สบายใจ มากกว่าสิ่งที่เป็นความจริง

                          ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่ไหลบ่าอย่างไร้พรมแดน บทบาทสำคัญมิได้ตกอยู่ที่รัฐหรือสื่อเพียงฝ่ายเดียว หากแต่รวมถึงประชาชนในฐานะผู้รับสารโดยตรง 

                          การตั้งคำถาม ตรวจสอบแหล่งที่มา  “มีสติ” มั่นคงและไม่รีบเชื่อหรือแชร์ข้อมูลเพียงเพราะสอดคล้องกับความเชื่อหรืออารมณ์ของตน คือ “เกราะป้องกัน” พื้นฐานที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เพราะในโลกที่เทคโนโลยีสามารถปลอมภาพ เสียง และตัวตนได้อย่างแนบเนียน ผู้ที่ยังเสพโซเชียลมีเดียด้วยความเคลิบเคลิ้ม โดยไม่ลืมหูลืมตาให้กว้างพอ อาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ชมข่าวปลอม หากแต่จะกลายเป็น “เหยื่อรายต่อไป” ของข้อมูลเท็จโดยไม่รู้ตัว

2569-01-26  “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

มติ ครม.รับมือสงครามน้ำมันโลก

4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...