วันพุธ, มกราคม 14, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าคุก 1 ปี   สะท้อนการเมืองเชิงสัญลักษณ์และความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์

ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าคุก 1 ปี   สะท้อนการเมืองเชิงสัญลักษณ์และความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์

เผยแพร่

spot_img

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งจำคุก 1 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย จากกรณีพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมระบุว่าระยะเวลาที่ใช้รักษาตัวไม่นับเป็นเวลาคุมขังตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ นายทักษิณออกนอกประเทศชั่วคราวเพียงไม่กี่วัน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่าหลบหนีคดี แต่เจ้าตัวตัดสินใจบินกลับไทยเพื่อเข้าฟังคำพิพากษาด้วยตนเองในวันที่ศาลนัดอ่านคำตัดสิน การกลับมาครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองว่าเขาพร้อมเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมและไม่ต้องการให้ถูกตราหน้าว่าหลบหนี

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดสินใจเดินทางกลับไทยแม้มีโอกาสติดคุกสูง เป็นความพยายามควบคุมเรื่องเล่าทางการเมืองและรักษาภาพลักษณ์ “ยืนหยัดต่อหน้ากฎหมาย” ซึ่งมีผลสำคัญต่อฐานสนับสนุนของตระกูลชินวัตรและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ผลของคดีอาจสร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของตระกูลชินวัตรในสังคมไทย ทำให้ความน่าเชื่อถือลดต่ำลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจทำให้พรรคเพื่อไทยเผชิญความยากลำบากในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีการคาดการณ์ว่าพรรคอาจได้ที่นั่งในสภาไม่เกิน 10 ที่นั่ง หากไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ทันเวลา

คำตัดสินครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ เพิ่งพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน เหตุการณ์นี้จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยและตระกูลชินวัตรสูญเสียอำนาจทางการเมืองอย่างชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลของคดีอาจทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากขึ้น ทั้งในเชิงการเคลื่อนไหวของมวลชนและการจัดสมดุลทางอำนาจในสภา ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่และทิศทางการเมืองไทยในปีต่อ ๆ ไป

หรือบางที เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นชนวนให้พรรคเพื่อไทยแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด ปล่อยให้ “ผู้นำจิตวิญญาณ” ต้องตกระกำลำบากใช้ชีวิตอยู่หลังลูกกรงเพียงลำพัง เป็นภาพที่อาจกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองยุคใหม่ของไทย

ข่าวล่าสุด

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป

Gartner ได้เผยรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” ชี้ให้เห็น 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องจับตา

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

จีนประณามการใช้กำลังในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีประเทศอิหร่าน เพื่อตอบโต้สถานการณ์การประท้วงที่กำลังบานปลายในประเทศดังกล่าว

รัสเซีย! ทุ่ม 2.7 พันล้านดอลลาร์ ‘ซื้อขีปนาวุธ-โดรน อิหร่าน’ หนุนสงครามยูเครนยืดเยื้อ

อิหร่านได้ส่งมอบขีปนาวุธให้แก่รัสเซียคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ในการทำสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี

ข่าวอื่นๆ

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

เงินสด“แสนล้าน”…ก่อนเลือกตั้ง

ข้อมูลอ้างอิงจากสถิติธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง มีการเบิกถอนเงินสดออกจากระบบรวมกว่า 160,816 ล้านบาท

”เห็นชอบ“  “ไม่เห็นชอบ” “ไม่แสดงความคิดเห็น”

ปี 2569 การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงสมการสำคัญหลายชั้น ประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือก “เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น” ต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน