วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าคุก 1 ปี   สะท้อนการเมืองเชิงสัญลักษณ์และความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์

ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าคุก 1 ปี   สะท้อนการเมืองเชิงสัญลักษณ์และความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์

เผยแพร่

spot_img

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งจำคุก 1 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย จากกรณีพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมระบุว่าระยะเวลาที่ใช้รักษาตัวไม่นับเป็นเวลาคุมขังตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ นายทักษิณออกนอกประเทศชั่วคราวเพียงไม่กี่วัน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่าหลบหนีคดี แต่เจ้าตัวตัดสินใจบินกลับไทยเพื่อเข้าฟังคำพิพากษาด้วยตนเองในวันที่ศาลนัดอ่านคำตัดสิน การกลับมาครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองว่าเขาพร้อมเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมและไม่ต้องการให้ถูกตราหน้าว่าหลบหนี

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดสินใจเดินทางกลับไทยแม้มีโอกาสติดคุกสูง เป็นความพยายามควบคุมเรื่องเล่าทางการเมืองและรักษาภาพลักษณ์ “ยืนหยัดต่อหน้ากฎหมาย” ซึ่งมีผลสำคัญต่อฐานสนับสนุนของตระกูลชินวัตรและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ผลของคดีอาจสร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของตระกูลชินวัตรในสังคมไทย ทำให้ความน่าเชื่อถือลดต่ำลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจทำให้พรรคเพื่อไทยเผชิญความยากลำบากในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีการคาดการณ์ว่าพรรคอาจได้ที่นั่งในสภาไม่เกิน 10 ที่นั่ง หากไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ทันเวลา

คำตัดสินครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ เพิ่งพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน เหตุการณ์นี้จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยและตระกูลชินวัตรสูญเสียอำนาจทางการเมืองอย่างชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลของคดีอาจทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากขึ้น ทั้งในเชิงการเคลื่อนไหวของมวลชนและการจัดสมดุลทางอำนาจในสภา ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่และทิศทางการเมืองไทยในปีต่อ ๆ ไป

หรือบางที เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นชนวนให้พรรคเพื่อไทยแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด ปล่อยให้ “ผู้นำจิตวิญญาณ” ต้องตกระกำลำบากใช้ชีวิตอยู่หลังลูกกรงเพียงลำพัง เป็นภาพที่อาจกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองยุคใหม่ของไทย

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล