วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนโยบาย 4 เดือน  กับเดิมพันการเมืองและความวุ่นวายในคูหา

นโยบาย 4 เดือน  กับเดิมพันการเมืองและความวุ่นวายในคูหา

เผยแพร่

spot_img

 ผ่านไปแล้วหนี่งวันกับการแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ได้ตอกย้ำถึงการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ กรอบเวลาอันจำกัด และแรงกดดันทางการเมืองอย่างชัดเจน 

                       นายกรัฐมนตรีได้ประกาศอย่างตรงไปตรงมาถึง พันธะที่จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม ปีหน้า โดยถือเป็นข้อตกลง จาก MOA ที่ลงนามกันไว้

                      การแถลงเน้นหลักการพื้นฐาน 3 ประการ และการเร่งแก้ 4 ภัยสำคัญของประเทศ คือเศรษฐกิจ, ความมั่นคง, สังคม, สิ่งแวดล้อม  ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย 

                       อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการแถลงถูกบดบังด้วยความวิตกจากฝ่ายค้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ถึงขนาดระบุว่าช่วงเวลา 4 เดือนนี้คือ “4 เดือนหายนะ” ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กลับใช้เวทีนี้ในการ นับถอยหลังสู่การยุบสภา เพื่อผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

                      กับประเด็นของความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลใหม่นั้น ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในช่วง 4 เดือนนี้จะเน้นไปที่ มาตรการบรรเทาทุกข์ระยะสั้น ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน นโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาภัยเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายและการกระตุ้นกำลังซื้อ จะสามารถดำเนินการได้จริงและเห็นผลเร็วที่สุด     

                       อย่างไรก็ดี ด้วยงบประมาณที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้จัดทำเองและสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย อำนาจในการบริหารเชิงโครงสร้างระยะยาวจึงมีข้อจำกัดอย่างมาก ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงการซื้อเวลา ให้กับประชาชนในการตั้งหลักจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเท่านั้น

                       สำหรับการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายว่า ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่จะตัดสินในความเป็นอธิปไตยของขาติ รัฐบาลเฉพาะกิจ ไม่คสรตัดสินใจเอง จึงใข้กระบวนการผ่านทางประชามติ  เป็นฉันทานุมัติ ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์ในมิติของ การมีส่วนร่วมทางการเมือง มากกว่าการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทันที

                       ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งคือข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ระบุว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหลังรัฐบาลนี้ประกาศยุบสภา   ประชาชนจะต้องกาบัตรถึง 4 ใบ (1. ส.ส. เขต, 2. ส.ส. บัญชีรายชื่อ, 3. ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ, 4. ประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา

                       จากประสบการณ์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้แต่การกาบัตร 2 ใบก็ยังสร้างความสับสนและเป็นเหตุให้บัตรเสียจำนวนมาก การเพิ่มบัตรถึง 4 ใบในคูหาเลือกตั้ง ย่อมส่งผลให้เกิด ความวุ่นวาย ในระดับบริหารจัดการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะต้องทำงานหนักขึ้นอย่างมหาศาล ขณะที่ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่มีความคุ้นเคยกับกระบวนการ อาจเกิดความสับสนในการใช้สิทธิ การเพิ่มภาระการตัดสินใจ  2 ประเด็นใหญ่ เข้าไปในการเลือกตั้งทั่วไปพร้อมกันนี้ ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ ยอดบัตรเสีย พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และบั่นทอนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย

                        การแถลงนโยบายครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลนายอนุทินมีความชัดเจนในการดำเนินงาน ตามพันธะสัญญาทางการเมือง ที่จะนำไปสู่การยุบสภา แต่ความชัดเจนดังกล่าวนั้นกลับเป็น ความคลุมเครือต่ออนาคตของประเทศ ในระยะยาว     

                       นโยบายที่นพเสนอเป็นเพียงการ ฉีดสารกระตุ้น เพื่อประคับประคองอาการป่วยทางเศรษฐกิจไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้พรรคการเมืองอื่นเข้ามารับผิดชอบปัญหาที่หมักหมม และดูเหมือนว่ารัฐบาลจะทิ้งระเบิดเวลา ลูกใหม่ไว้ให้ประชาชนจัดการด้วยตัวเอง นั่นคือ ความวุ่นวายของการกาบัตร 4 ใบ ที่มีแต่จะสร้างความสับสนและเป็นภาระต่อกลไกประชาธิปไตย…        

                        สุดท้ายแล้ว รัฐบาลชุดนี้อาจไม่ได้สร้างรากฐานประเทศตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับกำลังสร้าง ‘รากฐาน’ ให้กับความโกลาหลในคูหาเลือกตั้งเสียเอง

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

มติ ครม.รับมือสงครามน้ำมันโลก

4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...