วันจันทร์, มีนาคม 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTพรรคการเมืองล้นสนาม 2569  เมื่อ "จำนวน" สวนทางกับ "คุณภาพ" ?

พรรคการเมืองล้นสนาม 2569  เมื่อ “จำนวน” สวนทางกับ “คุณภาพ” ?

เผยแพร่

spot_img

ปรากฏการณ์ 90 พรรคการเมืองลงชิงชัย 

กับดักอำนาจหรือโอกาสของประชาชน?

                        เปิดสถิติ กกต. ผู้สมัครทะลุ 5,000 คน แคนดิเดตนายกฯ เฉียดร้อย สะท้อนภาพการเมืองที่อาจใช้พรรคเป็น “โพรไฟล์” มากกว่า “นโยบาย”

                      สถิติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. สำหรับการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เผยตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อมีพรรคการเมืองเสนอตัวเข้าสู่ระบบมากกว่า 90 พรรคการเมือง โดยมีผู้สมัคร สส. รวมกว่า 5,000 คน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสูงถึง 94 รายชื่อ ตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้กำลังสะท้อนภาพว่า พรรคการเมืองไทยกำลังกลายเป็น “เครื่องมือสร้างตัวตน” ทางการเมืองมากกว่าสถาบันทางนโยบาย ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและการบริหารราชการแผ่นดินหลังการจัดตั้งรัฐบาล

                            จากการตรวจสอบข้อมูล กกต. สรุปภาพรวมการรับสมัครพบว่า มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตจำนวน 60 พรรค มีผู้สมัคร 3,526 คน  ขณะที่มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อรวม 57 พรรค มีผู้สมัคร 1,570 คน และที่น่าสนใจที่สุดคือการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีรวม 94 รายชื่อ จาก 43 พรรคการเมือง ซึ่งในเชิงรัฐศาสตร์ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงของการชิงตำแหน่งบริหารสูงสุด ทำให้เกิดคำถามว่า “แคนดิเดต” จำนวนมากถูกใช้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความน่าจดจำให้พรรคมากกว่าความตั้งใจจะเข้าสู่อำนาจจริง

                       ปรากฏการณ์ “พรรคการเมืองล้นสนาม” นี้ วิเคราะห์ได้ว่าเป็นผลมาจากระบบเลือกตั้งและแรงจูงใจในการเข้าสู่วงโคจรอำนาจ พรรคขนาดเล็กจำนวนมากไม่ได้เกิดจากฐานอุดมการณ์ที่แตกต่างชัดเจน แต่ถูกตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น “พรรคเฉพาะกิจ” หรือพรรคที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการสะสมคะแนนจากกลุ่มเฉพาะ  หวังเพียงผลคะแนนรวมที่จะนำไปคำนวณที่นั่ง สส. บัญชีรายชื่อ เพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองในการร่วมรัฐบาลหรือแลกเปลี่ยนตำแหน่งในอนาคต มากกว่าการแข่งขันในทัศนคติทางการเมือง

                            เมื่อพิจารณาผลที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง คาดการณ์ว่าจะเกิดกลุ่มก้อนอำนาจใหญ่เพียง 2-3 พรรคหลัก เท่านั้น ขณะที่พรรคเล็กพรรคน้อยที่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่สภาจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการ “บีบตัวร่วมรัฐบาล” ทันที

                            ผลดีของการมีพรรคเล็กจำนวนมากคือการสะท้อนความหลากหลาย แต่ผลเสียที่ร้ายแรงกว่าคือ “เสถียรภาพของรัฐบาล” ที่อาจต้องเผชิญกับเงื่อนไขการต่อรองที่ไม่มีสิ้นสุด นำไปสู่การจัดสรรกระทรวงแบบ “บุฟเฟต์-คาบิเนต” หรือการบริหารงานที่ขาดเอกภาพเพราะแต่ละพรรคมีวาระซ่อนเร้นของตนเอง

                         ระบบการเมืองไทยในครั้งนี้จึงแตกต่างจากหลายประเทศ  อาทิ สหรัฐ ฯ หรือญี่ปุ่น ที่ระบบพรรคมีการคัดกรองตามธรรมชาติจากฐานคะแนนเสียงที่แท้จริง แต่ในไทย พรรคการเมืองถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้าง “โพรไฟล์ส่วนตัว” ของนักการเมืองหน้าใหม่หรือกลุ่มผลประโยชน์ที่ต้องการพื้นที่สื่อ 

                          การมีพรรคจำนวนมากจึงไม่ได้หมายความว่าประชาชนมีทางเลือกมากขึ้นเสมอไป แต่อาจหมายถึงความกระจัดกระจายของคะแนนเสียงที่ทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายระดับประเทศทำได้ยากขึ้นภายใต้รัฐบาลผสมหลายพรรค

                          ข้อกังวลที่สำคัญคือ การที่พรรคการเมืองและผู้สมัครจำนวนมากมุ่งเพียงการ “เข้าสู่วงโคจร” เพื่อต่อยอดอำนาจและสถานะส่วนตัว จะส่งผลให้การแข่งขันเชิงนโยบายถูกลดทอนคุณค่าลง การเลือกตั้งอาจถูกมองว่าเป็นเพียงเกมการแสวงหาสถานะ มากกว่ากระบวนการคัดเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่นิติบัญญัติหรือตรวจสอบอย่างมีคุณภาพ สังคมจึงต้องตั้งคำถามว่า จำนวนพรรคที่ล้นสนามในวันนี้ ได้ช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชน หรือเพียงแค่ช่วยสร้างอาชีพให้แก่คนกลุ่มหนึ่งในคราบนักการเมืองเท่านั้น

                           การมีพรรคการเมืองอาสาเข้าสู่สนามเลือกตั้งจำนวนมาก อาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่หลากหลาย แต่ในมิติของคุณภาพระบบรัฐสภา ปริมาณที่ล้นเกินอาจเป็นเพียงกลยุทธ์ในการสร้างตัวตนทางการเมืองมากกว่าการมุ่งเน้นที่ตัวนโยบาย       

หากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจะพิจารณาเพียงภาพลักษณ์ภายนอกโดยไม่ตรวจสอบความพร้อมในการบริหาร เสียงอันมีค่าของท่านอาจถูกนำไปใช้เป็นเพียง “แต้มต่อ” ในการเจรจาผลประโยชน์เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ขาดเอกภาพ 

                           สุดท้ายผลกระทบจากการบริหารที่ไร้ทิศทางย่อมตกอยู่กับประชาชนโดยตรง หากไม่อยากให้ประเทศเป็นเพียงเวทีสร้างโพรไฟล์ของกลุ่มผลประโยชน์ การตัดสินใจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงต้องตั้งอยู่บนการคัดกรองพรรคการเมืองที่พร้อมจะทำงานเพื่อมหาชนอย่างแท้จริง มิใช่ทเพียงพรรคที่หวังจะเข้าสู่วงโคจรอำนาจเพื่อเป้าหมายส่วนตน

2569-02-03 “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าราคาดีเซล  จ่อทลายเพดาน 30 บาท

รภูมิตะวันออกกลางกับบทพิสูจน์ "สายป่าน" กองทุนน้ำมัน เมื่อเพดาน 30 บาทเริ่มปริร้าว: วิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่าง "วินัยการคลัง" หรือ "ความพึงพอใจของมหาชน"

ขอมอบให้แก่เพื่อนรัก และผู้ที่กำลังมุ่งสู่…..อายุ 80 ปี

"บันทึกแห่งปัจจุบันกาล" วัยเจ็ดสิบเป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต  มุมมองใดก็ตามที่พิจารณา มนุษย์เมื่อก้าวพ้นเจ็ดสิบย่อมนับว่าเป็นผู้สูงวัยโดยแท้  ณ จุดนี้ พระอาทิตย์อัสดงอันงดงามเริ่มลับขอบฟ้า ชีวิตอันเปี่ยมสีสันก็ร่อยหรอลง  จากข้อมูลทางการเปิดเผย มีเพียง *44%*ของประชากรทั้งหมดที่สามารถก้าวข้ามวัยชราได้ แล้วหันเหชีวิตมุ่งสู่เส้นทางแห่งการ  "มุ่งสู่แปดสิบ"   **ทศวรรษแห่งความยากลำบากที่สุด:**   ช่วงอายุ 70 ถึง 80ปี เป็นสิบปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต  เป็นห้วงยามเต็มไปด้วยเรื่องราววุ่นวายแห่งวัยชรา   1.ความเสื่อมถอยเร่งรุด     อวัยวะทุกส่วนเสื่อมสลายและสึกหรออย่างไม่อาจย้อนคืน เปรียบดังเครื่องจักรเก่าที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้า   2.ยุคทองของโรคภัย     ภูมิต้านทานร่างกายที่อ่อนแอและแปรปรวน ทำให้ต่อต้านเชื้อโรคได้ยาก ...

FBI เตือนชาว L.A.ให้ระวังการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน

ที่รัฐมิชิแกนเกิดกราดยิงที่อาคารเรือนนอนในมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย มีผู้เสียชีวิต 1 คนบาดเจ็บ 2 คน ก่อเหตุโดยทหารผ่านศึกที่เคยถูกตัดสินว่ามีความสนับสนุนกลุ่ม ISIS

สธ.เล็งออก ‘พ.ร.บ.โรคมะเร็ง’ บังคับใช้ครั้งแรก

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมยกร่าง "พ.ร.บ.โรคมะเร็ง" เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงปีละ 140,000 ราย

ข่าวอื่นๆ

วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าราคาดีเซล  จ่อทลายเพดาน 30 บาท

รภูมิตะวันออกกลางกับบทพิสูจน์ "สายป่าน" กองทุนน้ำมัน เมื่อเพดาน 30 บาทเริ่มปริร้าว: วิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่าง "วินัยการคลัง" หรือ "ความพึงพอใจของมหาชน"

รัฐเร่งจัดระเบียบต่างด้าว, กวาดล้างส่วยเจ้าหน้าที่  วิกฤตความมั่นคงสองด้าน

ดีเดย์ 31 มีค. เอกซเรย์แรงงานข้ามชาติทั่วประเทศ สกัด “ทุนเทา นอมินี” แฝงครอบงำเศรษฐกิจ   รัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าวและการตรวจสอบธุรกิจนอมินีทั่วประเทศ โดยกำหนดเส้นตาย 31 มีนาคม นี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล พร้อมเดินหน้าปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับผลประโยชน์หรือปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมาย...

เปิดคัมภีร์ “ล้ง” จากนายอากรโรงสีสู่มาเฟียนอมินี

วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมและทุเรียนที่ตกต่ำไม่ใช่เพียงกลไกตลาด แต่คือผลพวงของประวัติศาสตร์การผูกขาดที่ฝังรากมานานกว่าศตวรรษ ข้อมูลจากการสืบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI