หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวันนี้ “พระราชพิธีพืชมงคล ฯ” 13 พฤษภาคม 2569

วันนี้ “พระราชพิธีพืชมงคล ฯ” 13 พฤษภาคม 2569

เผยแพร่

spot_img

พระมหากรุณาธิคุณ ฯ ที่ย้ำว่า “เกษตรกรรม” ยังเป็นรากฐานของชาติ แม้โลกจะก้าวสู่ยุคดิจิทัล

                           สำนักพระราชวังเผยกำหนดการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธี อันเป็นราชประเพณีสำคัญที่สืบทอดจากอดีตกว่า  700  ปี เพื่อเสริมสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย  

                          ในวันที่โลกแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจดิจิทัล “วันพืชมงคล” ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า เมล็ดข้าวในนา คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคงของประเทศ และ “ชาวนา” ยังคงเป็นกระดูกสันหลังของแผ่นดินไทยไม่ต่างจากอดีต

                          พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถือเป็นพระราชพิธีเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ก่อนจะสืบทอดต่อเนื่องผ่านยุคอยุธยาและรัตนโกสินทร์ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การเพาะปลูก และสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรผู้เป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย ทั้งยังสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับวิถีชีวิตของประชาชนภาคเกษตรกรรมมาแต่โบราณ

                       อีกด้านหนึ่งที่ทำให้พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา คือ การเป็นภาพสะท้อน “สายสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับผืนแผ่นดิน” ที่ดำรงสืบต่อกันมาหลายศตวรรษ ในอดีตพระราชพิธีนี้มิได้มีความหมายเพียงเชิงพิธีกรรม หากยังเป็นสัญลักษณ์ว่าพระมหากษัตริย์ทรงแผ่พระบุญญาบารมีห่วงใยความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองและความอยู่รอดของราษฎร  เพราะในยุคที่ผู้คนยังพึ่งพาการทำนาเป็นหลักนั้น   “ข้าว” คือชีวิตของแผ่นดิน การแรกนาจึงเปรียบเสมือนการเปิดฤดูกาลแห่งความหวังของทั้งประเทศ และกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมจิตสำนึกของสังคมไทยจากรุ่นสู่รุ่นตราบจนทุกวันนี้

                        สำหรับปี 2569 สำนักพระราชวังได้ประกาศกำหนดการพระราชพิธี ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม โดยวันที่ 12 พฤษภาคม เป็นพระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวันนี้ ที่ 13 พฤษภาคม เป็นพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ ท้องสนามหลวง อันเป็นพิธีพราหมณ์ตามโบราณราชประเพณี  

                      สาระสำคัญของพระราชพิธี มิได้อยู่เพียงความงดงามของขบวนพระราชพิธี หากยังแฝง “ภูมิปัญญาเกษตร” ของสังคมไทยไว้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเสี่ยงทายผ้านุ่งของพระยาแรกนา การไถหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ไปจนถึงการเสี่ยงทายของกิน 7 ชนิดของพระโค ซึ่งคนไทยเชื่อมโยงกับคำพยากรณ์เรื่องปริมาณน้ำฝน ความอุดมสมบูรณ์ และทิศทางเศรษฐกิจการเกษตรในปีนั้น ๆ  

                     อีกมิติสำคัญที่ทำให้พระราชพิธีนี้ยังคงทรงคุณค่า คือ การเป็น “สัญลักษณ์แห่งความมั่นคงทางอาหาร” ของประเทศ ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากสงคราม ภาวะโลกร้อน และวิกฤตเศรษฐกิจ การที่ประเทศไทยยังสามารถรักษารากฐานการผลิตอาหารไว้ได้ สะท้อนให้เห็นว่าภาคเกษตรกรรมยังเป็นเสาหลักที่หล่อเลี้ยงทั้งเศรษฐกิจและชีวิตผู้คน แม้สัดส่วน GDP ภาคเกษตรจะลดลงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมและบริการก็ตาม

                      นอกจากนี้ พระราชพิธีพืชมงคลยังสะท้อน “พระราชภารกิจ” ของพระมหากษัตริย์ไทยในการทรงทำนุบำรุงอาชีพเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวจากแปลงนาสวนจิตรลดา ซึ่งประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศต่างเชื่อว่าเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลแก่การเพาะปลูก ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร  

                    ท้ายที่สุด แม้สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง แต่พระราชพิธีพืชมงคลยังคงมีความหมายในฐานะ “พิธีแห่งความทรงจำของชาติ” ที่ย้ำเตือนว่า ประเทศไทยถือกำเนิด เติบโต และยืนหยัดมาได้จากผืนนา จากหยาดเหงื่อของชาวไร่ชาวนา และจากเมล็ดข้าวเล็ก ๆ ที่เคยหล่อเลี้ยงผู้คนทั้งแผ่นดินมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

                    ขณะเดียวกัน ยังเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและทุกภาคส่วนที่จะต้องร่วมกันสืบสาน รักษา และทำให้พระราชพิธีอันทรงคุณค่านี้คงอยู่ในความทรงจำของคนไทยทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่เพียงในฐานะวันหยุดราชการหรือพิธีการตามราชประเพณี หากแต่คือบทเรียนของแผ่นดิน ที่สอนให้คนไทยไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง ไม่ลืมคุณค่าของผืนดิน น้ำ เมล็ดพันธุ์ และผู้คนที่หล่อเลี้ยงประเทศมาตลอดหลายร้อยปี แม้โลกจะหมุนเปลี่ยนไปไกลเพียงใดก็ตาม

2569-05-13  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

LINE ถือธง..ซ้อมเตือนภัยวิกฤต !  บทเรียนสูญ 2 ล้านล้าน เมื่อ “ความเงียบ” บดบังทางรอดคนไทย

ถอดรหัส จับมือ 15 องค์กร ดีเดย์ 26 มิย.นี้ พลิกโฉมการสื่อสารชาติก้าวข้ามหลุมดำภัยพิบัติ                                  บทเรียนราคาแพงลิ่วตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา บ่งชี้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องกลืนเลือดจากมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลกว่า 2 ล้านล้านบาท และกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนกว่า 68 ล้านคน เพียงเพราะ...

PDPC จับมือ CIB ขยายผลทลายเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล

แถลงข่าวขยายผลล้างเครือข่ายค้าข้อมูลทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการสวมรอยทำธุรกรรม

เที่ยวญี่ปุ่นจ่ายแพงขึ้น มาตรการ “สองราคา”

"ระบบสองราคา" (Dual Pricing) ในประเทศญี่ปุ่น เป็นมาตรการที่กำลังถูกนำมาใช้และขยายผลอย่างจริงจังในปี 2026 นี้ เพื่อแก้ปัญหา "นักท่องเที่ยวล้นเมือง" (Overtourism)

ยุโรป เผชิญ  ร้อนสูง  40+  ดับแล้ว กว่าสิบราย

ทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับสถานการณ์ "อากาศสุดขั้ว" (Extreme Weather) จากอิทธิพลของคลื่นความร้อน (Heatwave) และปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) อย่างรุนแรง

ข่าวอื่นๆ

LINE ถือธง..ซ้อมเตือนภัยวิกฤต !  บทเรียนสูญ 2 ล้านล้าน เมื่อ “ความเงียบ” บดบังทางรอดคนไทย

ถอดรหัส จับมือ 15 องค์กร ดีเดย์ 26 มิย.นี้ พลิกโฉมการสื่อสารชาติก้าวข้ามหลุมดำภัยพิบัติ                                  บทเรียนราคาแพงลิ่วตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา บ่งชี้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องกลืนเลือดจากมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลกว่า 2 ล้านล้านบาท และกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนกว่า 68 ล้านคน เพียงเพราะ...

ไฟถนน.. “ไม่ฟรีอย่างที่คิด  ”สอดไส้บิลบ้านให้คนไทย “เฉลี่ยจ่าย”

หลักการจัดทำบริการสาธารณะ (Public Services) เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตของพลเมือง ถือเป็นพันธกิจพื้นฐานที่สุดที่รัฐบาลต้องพึงปฏิบัติและหล่อเลี้ยงด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินอันมาจากภาษี

ปปช. ชู…”ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน” 

แคมเปญประชาสัมพันธ์และกองทุนล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภายใต้คำขวัญอันเฉียบคมว่า “ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน”