วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT วิกฤตศรัทธา! ตำรวจ “แฉ” กันยับ!

 วิกฤตศรัทธา! ตำรวจ “แฉ” กันยับ!

เผยแพร่

spot_img

 เปิดโปงเส้นทางส่วยหมื่นล้าน องค์กรสีกากีกำลังเดินสู่หายนะที่ปลายเอื้อม

                              สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความน่าเชื่อถือครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อตำรวจระดับสูงต่างฝ่ายต่างเปิดโปงการทุจริตและการรับผลประโยชน์จากเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์

                              ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งเชิงอำนาจที่ร้าวลึก และการพัวพันกับเส้นทางการเงินที่น่าตกใจของเจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย

                               เหตุการณ์ดังกล่าวถูกนำมาสู่จุดสนใจสูงสุดหลังจากการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลโดยละเอียดว่ามีตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์สูงกว่า 200 นาย ท่ามกลางความรับรู้ของสังคมที่ตระหนักดีถึงการเสื่อมถอยขององค์กรผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

                               ล่าสุด นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เพื่อตอบคำถามที่คาใจสังคมและประเมินผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร กมธ. ตำรวจ ฯ ได้มีมติเชิญ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งถือเป็นการเผชิญหน้าในรัฐสภาเพื่อหาทางออกวิกฤตครั้งนี้

                          การปะทะกันอย่างเปิดเผยระหว่างผู้นำองค์กรเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อหลักธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่นของสาธารณชน   น่าจะชี้ให้เห็นถึงผลกระทบในมิติต่าง ๆ ได้ดังนี้

                         1 วิกฤตนี้ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อ ความชอบธรรมของสถาบันตำรวจ การเปิดโปงว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงมีส่วนเป็นผู้รับผลประโยชน์จากอาชญากรรม ทั้งเว็บพนัน,สแกมเมอร์ ทำให้เกิด ภาวะผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงสถาบัน ที่บิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ และตอกย้ำว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นเป็น ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อ หลักการอำนาจตามกฎหมาย 

                       2  ผลกระทบต่อประสิทธิผลการทำงานและความเชื่อมั่นของสาธารณชน  เมื่อความขัดแย้งภายในส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิผลเชิงปฏิบัติการ ตำรวจไม่สามารถปราบปรามอาชญากรรมที่ตนเองได้รับผลประโยชน์อย่างจริงจังได้ ซึ่งนำไปสู่ ภาวะล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่เชื่อมั่นทำให้ประชาชนลดความร่วมมือในการให้ข้อมูล ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อหลักการตำรวจที่เน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง และยังสร้าง ความเครียดทางจริยธรรม  ให้แก่ตำรวจที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์

                      3 ความแตกแยกในระดับผู้นำนำมาสู่การทำงานที่ไร้เสถียรภาพและไม่ต่อเนื่อง เมื่อผู้นำระดับสูงทำลายความน่าเชื่อถือซึ่งกันและกัน ย่อมเกิด การล่มสลายของสายการบังคับบัญชา  ส่งผลให้การสั่งการและการควบคุมเป็นอัมพาต ทรัพยากรขององค์กรจะถูกใช้ไปกับการต่อสู้ทางการเมืองภายใน แทนที่จะทุ่มเทให้กับการบรรลุเป้าหมายหลักขององค์กร

                      4 สถานการณ์ที่ผู้นำหน่วย  ไม่สามารถควบคุมความขัดแย้ง หรือถูกครหาว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับปัญหา ถือเป็น วิกฤตภาวะผู้นำ  และเป็นการท้าทายหลักการความรับผิดชอบเชิงตำแหน่ง หากไม่สามารถนำองค์กรออกจากความแตกแยกได้และถูกครหาต่อเนื่อง จะถือว่าขาดความสามารถในการนำ ตามหลักธรรมาภิบาลทางการปกครอง

                    นักการเมืองหลายยุคหลายสมัยเคยแก้ปัญหาของตำรวจมาหลายสิบครั้งก็ยังเป็นวัวพันหลัก สไม่ว่าจะมีองค์กรอิสระภายนอกหลายหน่วยเช่นในปัจจุบันก็ยังไม่อาจทัดทานกระแสรุนแรงนี้ได้  ไม่ว่าจะจัดการปฏิรูประบบบริหารงานบุคคลโดยใช้หลักคุณธรรมและความโปร่งใสในการคัดเลือกดังเช่นปัจจุบัน

                   ยังเหลือก็แต่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่บังคับใช้ จริยธรรมวิชาชีพอย่างถึงแก่นแท้เท่านั้น

                ไม่น่าเชื่อ ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาถึงจุด “ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” ก่อความเสียหายต่อเกียรติภูมิและศรัทธาของประชาชนอย่างประเมินค่ามิได้ 

                ดังนั้น ด้วยหลักธรรมาภิบาล ผู้นำหน่วยจึงควรแสดง ความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานกลางที่มีความเป็นอิสระเข้ามากวาดล้างและสะสางความสกปรกที่กัดกินองค์กรอย่างถอนรากถอนโคน   อันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้สังคมสามารถยอมรับองค์กรตำรวจที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศได้อีกครั้ง

18/11/2568 “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

มติ ครม.รับมือสงครามน้ำมันโลก

4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...