วันพฤหัสบดี, มีนาคม 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเมื่อ "ตั๋วเฟิร์สคลาส" สวนทางหยาดเหงื่อ !  ...

เมื่อ “ตั๋วเฟิร์สคลาส” สวนทางหยาดเหงื่อ !  ถอดบทเรียน กบข. ถึงทางตันประกันสังคม

เผยแพร่

spot_img

เมื่อ “ศรัทธา“ ล้มก่อนกองทุน   วิกฤตความเชื่อมั่นบอร์ดประกันสังคม  ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่คือปัญหาโครงสร้าง

                                จากคำอภิปรายของ สส. สู่คำถามของผู้ประกันตนทั้งประเทศ ระบบที่ขาดความโปร่งใสกำลังบั่นทอนความชอบธรรมของหลักประกันแรงงาน

                               ปัญหาประกันสังคมที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเวลานี้ ไม่ได้ปะทุขึ้นจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว แต่สะสมจากความย้อนแย้งที่สาธารณะมองเห็น ล่าสุดคือกรณีการตั้งงบค่าตั๋วเครื่องบินชั้น First Class ของบอร์ดบริหารที่สูงถึงใบละเกือบ 5 แสนบาท ซึ่งถูกนำไปเปรียบเทียบกับหยาดเหงื่อของแรงงานที่ต้องส่งเงินสมทบทั้งชีวิตกว่า 25 ปี ถึงจะเท่ากับค่าตั๋วเพียงใบเดียว ภาพสะท้อนนี้คือ “ระเบิดเวลา” ที่สั่นคลอนรากฐานความเชื่อมั่นต่อกองทุน 2.9 ล้านล้านบาท จนยากจะประสาน

                              ต้นตอปัญหาส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันในสภาที่อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงและความคลุมเครือของผลตอบแทน เมื่อภาพความฟุ่มเฟือยของบอร์ดปรากฏขึ้นในจังหวะที่รัฐพยายามจะ “ขยายอายุเกษียณ” และ “เก็บเงินเพิ่ม” ความไม่สบายใจจึงพัฒนาไปสู่ความไม่เชื่อมั่น ผู้ประกันตนเริ่มตั้งคำถามว่าเงินของเขาถูกบริหารด้วยหลักคิดแบบใด และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ส่งเงินเป็นศูนย์กลางจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียง “ตู้เอทีเอ็ม” ของระบบราชการ

                                เมื่อหันไปมอง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะเห็นภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง กบข. บริหารงานภายใต้นิยาม “กองทุนมืออาชีพ” ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการแต่เป็นนิติบุคคลเฉพาะด้าน ล่าสุดในปี 2568 กบข. โชว์ผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 5.18% ชนะเงินเฟ้ออย่างขาดลอยจากการบริหารพอร์ตเชิงรุก-เชิงรับ (SAA) และการดึง “ทองคำ” เข้ามาปิดความเสี่ยง จุดเด่นที่ทำให้ข้าราชการพอใจและไร้เสียงติติงคือการให้ “ทางเลือก” สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะกับตนเองได้ เช็กยอดเงินผ่านแอปพลิเคชั่น ได้แบบเรียลไทม์ และมีความโปร่งใสในระดับที่สมาชิก “รู้สึกเป็นเจ้าของเงิน” จริงๆ

                               ความสำเร็จของ กบข. สอดคล้องกับมาตรฐานโลกอย่าง เกาหลีใต้ National Pension Service  NPS  ที่เปิดเผยข้อมูลการลงทุนทุกรายการต่อสาธารณะ และ สิงคโปร์ Central Provident Fund CPF  ที่เน้นความเรียบง่ายและตรวจสอบได้ 

                               แนวทางเหล่านี้สะท้อนว่าความมั่นคงของระบบไม่ได้เกิดจากตัวเลขเงินกองทุนที่ใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาด  “ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อโครงสร้างการบริหาร” ซึ่งประกันสังคมไทยกำลังสอบตกอย่างรุนแรงในวิชานี้

                               การแก้ไขจึงไม่อาจหยุดแค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่ต้องสปฏิรูปให้ประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระที่บริหารโดยมืออาชีพตามโมเดล กบข. เพื่อกู้ศรัทธากลับมา ก่อนจะเริ่มใช้กลยุทธ์ “ขยับทีละนิด เติมสิทธิให้เห็น” คือการขยายอายุเกษียณขึ้นปีละ 1-2 เดือนอย่างเป็นขั้นบันได ควบคู่กับการมอบสวัสดิการชดเชยที่คุ้มค่า หากบอร์ดบริหารยังนั่งเฟิร์สคลาสแต่สั่งให้แรงงานเกษียณช้าลง การปฏิรูปใดย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้แรงต้านของมวลชน

                                ภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน ระบบประกันสังคมอาจเดินหน้าได้ตามกฎหมาย แต่หากไร้ซึ่งความเชื่อมั่นจากแรงงานที่เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ การปฏิรูปก็จะเป็นเพียงการยื้อเวลาไปสู่ความล้มเหลว รัฐต้องพิสูจน์ความจริงใจด้วยการ “ทำความสะอาดบ้าน” และทำให้ผู้ประกันตนรู้สึกว่าเงินทุกบาทถูกบริหารอย่างคุ้มค่า เพื่อให้หลักประกันวัยเกษียณยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวันที่พวกเขาต้องการมันจริงๆ

                              “ท้ายที่สุด การขยับอายุเกษียณหรือการเพิ่มเงินสมทบจะเป็นเพียงการต่อลมหายใจที่เปล่าประโยชน์ หากไม่เริ่มด้วยการ “ปรับโครงสร้างทั้งระบบ”  เพื่อเปลี่ยนประกันสังคมจากระบบรัฐราชการที่เทอะทะและขาดธรรมาภิบาล ให้กลายเป็นกองทุนมหาชนที่บริหารโดยมืออาชีพอย่างเต็มตัว 

                              การปฏิรูปต้องเริ่มจาก“การรื้อ” นั่งร้านโครงสร้างเดิมที่เอื้อต่อการใช้อำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ แล้วสร้างบ้านใหม่ที่เปิดเผย โปร่งใส และมีสมาชิกเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง มิฉะนั้น ไม่ว่ากองทุนจะมีเงินกี่ล้านล้านบาท ก็ไม่อาจซื้อความเชื่อมั่นที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้”

2569-02-06  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม

ทองคำแกว่งใกล้ 8 หมื่นบาท  สัญญาณความไม่มั่นคงเศรษฐกิจโลก

สงคราม,เงินเฟ้อ,ธนาคารกลางกว้านซื้อทอง ทำตลาดทองกลายเป็น “เครื่องวัดความกลัวของเศรษฐกิจโลก”

คดีนี้เป็นเรื่องของ แคดดี้สนามกอล์ฟ

ทำงานในสนามกอล์ฟทุกวัน แต่ศาลฎีกาบอกว่า “ไม่ใช่ลูกจ้าง”

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น ฆ่ามนุษย์ทีละ 1 คนที่เป็นตัวการก่อสงคราม ก็พอแล้ว ยุติสงครามได้แล้ว

ข่าวอื่นๆ

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม

ทองคำแกว่งใกล้ 8 หมื่นบาท  สัญญาณความไม่มั่นคงเศรษฐกิจโลก

สงคราม,เงินเฟ้อ,ธนาคารกลางกว้านซื้อทอง ทำตลาดทองกลายเป็น “เครื่องวัดความกลัวของเศรษฐกิจโลก”

วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าราคาดีเซล  จ่อทลายเพดาน 30 บาท

รภูมิตะวันออกกลางกับบทพิสูจน์ "สายป่าน" กองทุนน้ำมัน เมื่อเพดาน 30 บาทเริ่มปริร้าว: วิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่าง "วินัยการคลัง" หรือ "ความพึงพอใจของมหาชน"