วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเลือกตั้งล่วงหน้า 80% ไม่ใช่คำทำนาย 8 กพ. บทพิสูจน์จริงอยู่ที่วันเลือกตั้งใหญ่

เลือกตั้งล่วงหน้า 80% ไม่ใช่คำทำนาย 8 กพ. บทพิสูจน์จริงอยู่ที่วันเลือกตั้งใหญ่

เผยแพร่

spot_img

                        ตัวเลขสะท้อน “คุณภาพผู้ใช้สิทธิ” ขณะ กกต. ต้องเร่งอุดรอยรั่วธุรการ   ชี้กรรมการผู้รับผิดชอบด้านบริหารจัดการเลือกตั้งควรออกมาแก้ปัญหาโดยตรง

 การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเลือกตั้งขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองสำคัญ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิในหลายจังหวัดแตะระดับกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า สะท้อนให้เห็นพลังของประชาชนกลุ่มหนึ่งที่แสดงเจตจำนงชัดเจนในการเข้าร่วมกระบวนการเลือกตั้ง แม้จะต้องผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนล่วงหน้าและการเดินทางที่ซับซ้อนกว่าการเลือกตั้งในวันจริง

                             อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่สูง ไม่อาจนำไปเทียบตรง ๆ หรือใช้เป็นฐานคาดการณ์อัตราผู้มาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริง 8 กุมภาพันธ์ได้โดยอัตโนมัติ เพราะฐานประชากรของผู้ใช้สิทธิทั้งสองวันแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่เลือกใช้สิทธิล่วงหน้าคือกลุ่มที่ “ตั้งใจ” มาแต่ต้น เป็นกลุ่มที่มีแรงจูงใจทางการเมืองสูง และตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงได้

                             ในทางตรงกันข้าม วันที่ 8 กุมภาพันธ์คือวันเลือกตั้งของ “คนที่เหลือทั้งหมด” ซึ่งไม่มีการคัดกรองความตั้งใจล่วงหน้า ฐานผู้มีสิทธิในวันนี้จึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งผู้ที่ตั้งใจแน่วแน่ ผู้ที่ลังเล ผู้ที่อาจเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย ไปจนถึงผู้ที่ไม่คิดจะไปใช้สิทธิเลย การนำตัวเลขเลือกตั้งล่วงหน้ามาใช้พยากรณ์บรรยากาศวันเลือกตั้งจริง หากไม่อธิบายบริบทอย่างรอบด้าน ย่อมเสี่ยงต่อการสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม

                            ตัวเลขเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นตัวสะท้อน “คุณภาพของฐานผู้ใช้สิทธิ” มากกว่าเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิการเมืองทั้งประเทศ ขณะที่วันที่ 8 กุมภาพันธ์จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ระบบการเมืองสามารถดึงประชาชนกลุ่มกลางและกลุ่มที่ยังลังเลออกมาที่คูหาได้มากเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความชอบธรรมทางการเมืองในภาพรวมอย่างแท้จริง

                             มีเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดชุดเอกสารผิดพลาด การแสดงข้อมูลผู้สมัครไม่ครบถ้วน หรือความสับสนในการเขียนรหัสหน้าซองบัตรเลือกตั้ง และิีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดจากการใช้สิทธิของผู้มีสิทธอเลือกตั้ง แม้สำนักงาน กกต. จะยืนยันว่าไม่กระทบสาระสำคัญของการเลือกตั้ง แต่ก็สะท้อนช่องโหว่ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้งที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะความผิดพลาดเชิงเทคนิคที่เกิดซ้ำนั้นกระหนาบคาบเกี่ยวกับตัวบทกฏหมายที่ระบุไว้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.  จึงบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้งโดยรวม 

                           ในภาพการรับผิดชอบต่อสาธารณะของ กกต. ในฐานะองค์กรอิสระ ซึ่งตามโครงสร้างและระเบียบภายใน กรรมการ กกต. แต่ละคนได้ถูกกำหนดบทบาทความรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน แยกเป็นด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านสืบสวนสอบสวน ด้านกฎหมาย ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง และอีกหลายด้าน กรณีปัญหาความบกพร่องที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้า อาจลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นได้ทุกขณะ จึงควรเป็นบทบาทของกรรมการ กกต. ที่รับผิดชอบ “ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง”และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวพันกัน โดยตรงที่จะต้องออกมาดำเนินการ แก้ไข และสื่อสารต่อสาธารณะอย่างทันทีทันใดที่สิ้นสุดการลงคะแนนล่วงหน้า มากกว่าการปล่อยให้เลขาธิการ กกต. ซึ่งเป็นฝ่ายธุรการและฝ่ายปฏิบัติงาน ต้องรับหน้าและชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพียงลำพัง

                         ภาพที่เห็นเช่นนี้ไม่เพียงสะท้อนว่า ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวันลงคะแนนทั่วประเทศ  8 กุมภาพันธ์  ที่กฏหมายระบุไว้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.  หากไม่ได้รับการแก้ไขจากกรรมการที่รับผิดชอบทันท่วงที    ก็จะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของโครงสร้างความรับผิดชอบขององค์กรอิสระในภาพรวมได้

แต่อย่าให้ถึงกับกระทบคำขวัญ “สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฏหมาย“ ก็แล้วกัน

2569-02-04  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

มติ ครม.รับมือสงครามน้ำมันโลก

4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...