วันศุกร์, มีนาคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTแย่งกันตั้งนายกฯ การเมืองไทยเข้าสู่ศึกชี้ชะตาใหม่ 

แย่งกันตั้งนายกฯ การเมืองไทยเข้าสู่ศึกชี้ชะตาใหม่ 

เผยแพร่

spot_img

ขณะเศรษฐกิจทรุดเรื่อย ๆ และปัญหาชายแดน  ไทย-กัมพูชา ยังคุกรุ่นตลอดเวลา

  หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สองพรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย ต่างเร่งวิ่งเต้นช่วงชิงเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยศูนย์กลางความสนใจอยู่ที่พรรคประชาชน ซึ่งครองเกือบหนึ่งในสามของสภา ล่าสุดพรรคประชาชนประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เปิดทางให้ภูมิใจไทยมีโอกาสรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยเดินเกมสวน ยื่นขอพระราชกฤษฎีกายุบสภาเพื่อรีเซ็ตสนามเลือกตั้งใหม่ภายใน 45–60 วัน

                       การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความเข้มข้นของสมรภูมิการเมืองในสภา พรรคเพื่อไทยพยายามรักษาฐานอำนาจผ่านกลยุทธ์ยุบสภาและเสนอชื่อบุคคลกลาง ขณะที่ภูมิใจไทยใช้แรงหนุนจากพรรคประชาชนเป็นแต้มต่อสำคัญในการเร่งปิดดีลกับพรรคขนาดกลางและเล็กเพื่อให้ครบเกณฑ์เสียง 247 เสียง 

                       ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า “รัฐบาลรักษาการมีอำนาจยุบสภาหรือไม่” ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นร้อนในสัปดาห์หน้า

                      สถานการณ์นี้ หากไม่มีพระราชกฤษกีกายุบสภาออกมาเร็ว โอกาสเห็นสภาโหวตนายกฯ และผลักดันอนุทินขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูง แต่หากเกิดการยุบสภาจริงตามกระแสข่าว เกมการเมืองจะปรับสู่การเลือกตั้งภายในเวลาอันสั้น และทุกพรรคต้องกลับไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่ ความชัดเจนทางการเมืองจึงขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก การตัดสินใจของสถาบันการเมือง และวินัยโหวตของ ส.ส.พรรคประชาชน

                      การเมืองไทยกำลังยืนอยู่บนทางสามแพร่ง

                      หากโหวตผ่าน ประเทศจะได้รัฐบาลใหม่ในเวลาอันใกล้ หากยุบสภา คนไทยต้องกลับไปเลือกตั้งในอีกไม่เกินสองเดือน แต่หากเกิดการชะงักงัน ประเทศอาจเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองยืดเยื้อ สิ่งที่ทุกฝ่ายจับตาคือ “ความชัด” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพของประเทศในระยะต่อไป

                        ความสำคัญที่รออยู่ตลอดเวลา  คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังทรุดต่อเนื่อง และปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชาที่ยัวคุกรุ่นตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

น้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

กรณีข้อสงสัย “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” กลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าทั้งระบบพลังงาน หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งคำถามถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในตลาด

อาหาร สส. วันละ 1,000 บาท จริงหรือ ?

ประเด็น “อาหารเลี้ยง สส.” กลายเป็นชนวนทางการเมืองอีกครั้ง หลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งคำถามกลางที่ประชุมในวันโหวตประธานสภา ก่อนถูกตัดบท

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม

ทองคำแกว่งใกล้ 8 หมื่นบาท  สัญญาณความไม่มั่นคงเศรษฐกิจโลก

สงคราม,เงินเฟ้อ,ธนาคารกลางกว้านซื้อทอง ทำตลาดทองกลายเป็น “เครื่องวัดความกลัวของเศรษฐกิจโลก”

ข่าวอื่นๆ

น้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

กรณีข้อสงสัย “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” กลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าทั้งระบบพลังงาน หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งคำถามถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในตลาด

อาหาร สส. วันละ 1,000 บาท จริงหรือ ?

ประเด็น “อาหารเลี้ยง สส.” กลายเป็นชนวนทางการเมืองอีกครั้ง หลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งคำถามกลางที่ประชุมในวันโหวตประธานสภา ก่อนถูกตัดบท

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม