วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTน้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

น้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

เผยแพร่

spot_img

รัฐเรียกถกด่วนทั้งห่วงโซ่ เปิดปม “หายไปไหน” ท่ามกลางสต็อกล้น 100 วัน

                                กรณีข้อสงสัย “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” กลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าทั้งระบบพลังงาน หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งคำถามถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในตลาด ซึ่งสวนทางกับข้อมูลภาครัฐที่ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอกว่า 100 วัน ขณะที่สถานีบริการหลายแห่งกลับได้รับการจัดสรรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนนำไปสู่การเรียกประชุมด่วนโดย อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อ “แกะรอย” ความผิดปกติในห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ

                              ในเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมน้ำมันมีเส้นทางที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ ตั้งแต่การนำเข้าน้ำมันดิบล่วงหน้า 2-3 เดือน เข้าสู่โรงกลั่นเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ก่อนส่งต่อผ่านคลังและระบบขนส่งไปยังผู้ค้าส่งและสถานีบริการปลายน้ำ โดยหลักการแล้ว ปริมาณน้ำมันในแต่ละจุดต้องสอดคล้องกัน เพราะเป็นสินค้าที่มีการควบคุมและบันทึกตัวเลขอย่างเข้มงวด การ “หายไป” ในระดับหลายพันลิตรต่อวันจึงไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนทางเทคนิคตามปกติ

                            การวิเคราะห์เชิงระบบชี้ให้เห็นว่า จุดที่อาจเกิดความผิดปกติมีอยู่จำกัด ได้แก่ ระดับการกระจายสินค้า การบริหารสต็อกของผู้ค้า การสูญเสียในระบบขนส่ง และการเบี่ยงเบนออกนอกระบบ ซึ่งในทางเทคนิค การสูญเสียจากการขนส่งหรือจัดเก็บมักอยู่ในระดับต่ำมาก ไม่เพียงพอจะอธิบายตัวเลขที่หายไปในระดับวันละ 10,000 ลิตร ทำให้ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดคือ “การจัดสรรที่ไม่เท่ากัน” หรือ “การกักตุนเชิงพาณิชย์” ที่ทำให้บางพื้นที่ดูเหมือนขาดแคลน ทั้งที่ภาพรวมประเทศยังมีน้ำมันเพียงพอ

                               อีกสมมติฐานที่มีน้ำหนักคือ การลักลอบเบี่ยงเบนน้ำมันออกนอกระบบ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวนและอาจสูงกว่าภายในประเทศ ช่องว่างราคาดังกล่าวสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบส่งออกหรือจำหน่ายข้ามแดน หากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการรั่วไหลที่ไม่เพียงกระทบต่อปริมาณในประเทศ แต่ยังบิดเบือนกลไกตลาดและการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ

                           เหตุที่รัฐบาลต้องเรียกประชุม “ทั้งห่วงโซ่” ไม่ใช่เฉพาะโรงกลั่นหรือผู้ค้ารายใดรายหนึ่ง เนื่องจากการตรวจสอบต้องอาศัยการเทียบตัวเลขตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการกลั่น ปริมาณรับเข้า-จ่ายออกจากคลัง การขนส่ง และยอดขายหน้าปั๊ม หากจุดใดจุดหนึ่งไม่สอดคล้อง ก็จะสามารถระบุ “คอขวด” หรือจุดรั่วไหลได้ทันที นี่จึงเป็นการตรวจสอบแบบเปิดระบบเพื่อหาความจริงร่วมกัน

                          ในมิติที่กว้างขึ้น ปัญหานี้สะท้อนความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนค่าครองชีพ ราคาสินค้า และความเชื่อมั่นของประชาชน หากไม่สามารถอธิบายได้ว่าน้ำมัน “หายไปไหน” ก็อาจนำไปสู่ความตื่นตระหนกในตลาดและแรงกดดันต่อภาครัฐในการแทรกแซงเพิ่มเติม

                         ท้ายที่สุด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “น้ำมันหายไปไหน” แต่คือ “มันไหลไปตามกลไกใด” ในระบบที่ถูกออกแบบมาให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน หากตัวเลขยังไม่ตรงกัน คำตอบย่อมไม่ใช่เรื่องของตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเรื่องของพฤติกรรมในตลาดที่กำลังทดสอบขีดความสามารถของรัฐในการกำกับดูแลทั้งระบบ.

2569-03-20   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”