วันพุธ, มีนาคม 4, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทย-กัมพูชา หยุดยิงง่ายดายโดยไม่มีเงื่อนไข  ประชาคมโลกจับตามองความหวังกับความจริง จะเกิดสันติภาพถาวร  หรือพักรบชั่วคราว

ไทย-กัมพูชา หยุดยิงง่ายดายโดยไม่มีเงื่อนไข  ประชาคมโลกจับตามองความหวังกับความจริง จะเกิดสันติภาพถาวร  หรือพักรบชั่วคราว

เผยแพร่

spot_img

                       เมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาของวันที่ 28 กรกฏาคม 2568 ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่เจรจากัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มีผลบังคับใช้ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของประชาคมโลกที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความเป็นไปได้ในการรักษาสันติภาพที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประวัติพฤติกรรมในอดีตของกัมพูชาที่มักจะละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง

เบื้องหลังการเจรจาและการตอบรับจากนานาชาติ

                      การประชุมเมื่อวานนี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ประสานงานหลัก ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเจรจาดังกล่าวมีขึ้นภายใต้แรงกดดันจากอาเซียนและนานาชาติที่ต้องการเห็นเสถียรภาพในภูมิภาค ประเด็นหลักที่หารือคือการยุติการสู้รบ, การถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาท และการสร้างกลไกการตรวจสอบที่โปร่งใส

ความเปราะบางของสันติภาพ

                   การที่ประชาคมโลกยังคงจับตามองด้วยความระแวงนั้นมีเหตุผลรองรับ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์และปัญหาเขตแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่การปะทะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ

                    สำหรับประเทศไทย การหยุดยิงครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามที่จะใช้ช่องทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหา และแสดงจุดยืนว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน จากกรณีที่กัมพูชาแม้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากนานาชาติ และเกิดจาดความเพลี่ยงพล้ำในการทหารของการปะทะตลอด 5 วัน 

และที่สำคัญประชาคมโลกตั้งคำถามถึง “พฤติกรรมหลายครั้งหลายหน” ของกัมพูชาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการกระทำจะสำคัญกว่าคำพูด

การแสดงออกของผู้นำ

                  นักวิเคราะห์การเมืองประเมินว่าผู้นำฝ่ายใด “เหนือชั้นกว่ากัน” 

                  รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีไทยแถลงเน้นย้ำถึง การยึดมั่นในหลักการสากล การใช้ช่องทางการทูต และความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติ การถ้อยทีถ้อยอาศัยในเวทีระหว่างประเทศแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่ทางการทูต และความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง 

                การกระทำเช่นนี้เป็นการสร้างความชอบธรรมในสายตาประชาคมโลก  แม้ว่าในบทบาทการเมืองภายในประเทศจะอีดบุคลิกก็ตาม

               ส่วนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงความรู้สึกว่าจริงจังในการแก้ปัญหา มักจะผสมผสานระหว่างการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวในประเด็นอธิปไตยกับการยอมรับการเจรจาภายใต้แรงกดดัน 

              นักวิเคราะห์มองว่า  จากประวัติที่ผ่านมา การที่กัมพูชายอมรับข้อตกลงหยุดยิงอาจถูกมองว่าเป็นยุทธวิธีหนึ่งในการลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่การรักษาคำมั่นสัญญาในระยะยาวต่างหากที่จะพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือ

สถานการณ์ต่อจากนี้

                    สถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองประเทศและประชาคมโลก

          ประการแรก หากมีการปะทะกันอีกครั้ง ความน่าเชื่อถือของข้อตกลงจะลดลงอย่างรวดเร็ว

          ประการที่สอง การถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทและการจัดตั้งกลไกการตรวจสอบที่เป็นกลางและโปร่งใส จะเป็นตัวชี้วัดความจริงจังของทั้งสองฝ่าย

          ประการที่สาม   การแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างถาวรผ่านการเจรจาในระยะยาวเท่านั้นที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้

                          นักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นอย่างงาายดายโดยไม่มีเงืาอนไขเช่นนี้ จะสัมฤทธิ์ผล อาจเป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

NATO ร้าว  ทรัมป์ขู่ ‘คว่ำบาตรการค้าสเปน’ เต็มรูปแบบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบต่อสเปนเ

มติเอกฉันท์! “น.รินี เรืองหนู” คว้านายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัย ชูธงปกป้องเสรีภาพ-พัฒนาศักยภาพสื่อ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ประชุมใหญ่เลือกนางสาวน.รินี เรืองหนู จากหนังสือพิมพ์มติชน เป็นนายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัย

วิกฤติความมั่นคงของโลก : สหรัฐอเมริกาจะ “ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

นแถลงการณ์ที่ชัดเจนและน่าตกใจ สภาผู้นำที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ของอิหร่านได้เตือนว่า สหรัฐอเมริกาจะ "ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป" หลังจากการโจมตีที่มุ่งเป้าในภายใต้ "ปฏิบัติการความโกรธที่ยิ่งใหญ่"  การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ว่า "สิ่งใหญ่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า" และการยืนยันของเขาว่า กองกำลังพันธมิตร "ยังไม่เริ่มต้น" แคมเปญที่กว้างขึ้นต่อสาธารณรัฐอิสลาม ความคิดเห็นที่ทำให้ความวิตกกังวลทั่วโลกเพิ่มขึ้นเท่านั้น การเตือนของเตหะรานบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สงครามที่ไม่สมมาตร โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารแบบดั้งเดิมของมันเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง  สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นท่ามกลางรายงานที่ว่าจีนอาจจะจัดหาอาวุธขีปนาวุธต่อต้านเรือที่มีความเร็วเหนือเสียงขั้นสูงให้กับอิหร่าน...

ปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

ไทยอ่วมราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลเปิดห้องปฏิบัติการภาวะสงคราม  รับศึกยืดเยื้อ                                วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางยกระดับสู่ “สงครามไล่ล่าสังหาร” เต็มรูปแบบ หลังมีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวต่าวประเทศระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปรักษาในไซปรัส ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจขยายวงรบเปิดศึกน่านฟ้าใหม่เพื่อปิดบัญชีแค้น ท่ามกลางยุทธศาสตร์สงครามบั่นทอนระยะยาวของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มุ่งเป้าทำลายมหาอำนาจตะวันตก...

ข่าวอื่นๆ

ปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

ไทยอ่วมราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลเปิดห้องปฏิบัติการภาวะสงคราม  รับศึกยืดเยื้อ                                วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางยกระดับสู่ “สงครามไล่ล่าสังหาร” เต็มรูปแบบ หลังมีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวต่าวประเทศระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปรักษาในไซปรัส ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจขยายวงรบเปิดศึกน่านฟ้าใหม่เพื่อปิดบัญชีแค้น ท่ามกลางยุทธศาสตร์สงครามบั่นทอนระยะยาวของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มุ่งเป้าทำลายมหาอำนาจตะวันตก...

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

จีน-รัสเซีย นิ่งสนิท “สลัดทิ้ง” เตหะรานลำพัง  อินทรีประกาศปิดจ็อบ “เด็ดหัวยักษ์”  

โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันภารกิจสังหาร "คาเมเนอี" และกลุ่มแคนดิเดตทายาทอำนาจอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน ท่ามกลางปฏิกิริยาจากจีนและรัสเซียที่ยังคงสงบนิ่งไม่ขยับช่วยพันธมิตร