วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT กัมพูชาปฏิเสธตลอดว่าไม่ได้เป็นศูนย์กลางแก๊ง สแกมเมอร์โลก

 กัมพูชาปฏิเสธตลอดว่าไม่ได้เป็นศูนย์กลางแก๊ง สแกมเมอร์โลก

เผยแพร่

spot_img

ทั้งที่นานาชาติยื่นหลักฐานคาตา เมื่อเงินแสนล้านถูกยึด และความ “ร่อแร่” ทางการเมืองกลายเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

                             การประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรต่อเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่ “ศูนย์หลอกลวงออนไลน์” ในกัมพูชา ได้ตอกย้ำถึงสถานะของประเทศนี้ในฐานะศูนย์กลางแก๊งมิจฉาชีพและการค้ามนุษย์รูปแบบใหม่ที่ร้ายแรงที่สุดในโลก 

                             มาตรการดังกล่าวได้ระบุชื่อและยึดทรัพย์สินของนายเฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวกัมพูชา-จีน และเครือข่าย Prince Group ที่มีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านบาท (บิตคอยน์ราว 15,000 ล้านดอลลาร์) ซึ่งนับเป็นการยึดทรัพย์ครั้งประวัติศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หลักฐานที่ผูกโยงมหาเศรษฐีรายนี้กับชนชั้นนำและอดีตผู้นำระดับสูงของกัมพูชาทำให้ความพยายามในการ “ปฏิเสธ” หรือ “โยนความผิด” ให้เป็นเรื่องของชาติอื่น

จากรัฐบาลพนมเปญกลายเป็นเรื่องที่ขาดความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง และสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อประชาคมโลกที่กำลังเผชิญกับความเสียหายทางเศรษฐกิจและความมั่นคง 

                   สุดสัปดาห์นี้ มีรายงานว่าเกาหลีใต้เคยเสนอให้มีการใช้กำลังทหารเข้าจัดการเพื่อช่วยพลเมืองของตน

ในขณะที่กัมพูชาเลือกใช้ท่าทีปฏิเสธและปกป้องกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างแข็งกร้าว 

                            ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้แสดงความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ลงนามจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยนั่งเป็นประธานด้วยตนเองและมีหลายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคง

เข้ามาร่วมบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบเป็นศูนย์ปราบปรามใหญ่ของประเทศ

                            คณะกรรมการชุดนี้มีเป้าหมายในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อ “ล้างบาง” อาชญากรรมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยจะไม่ยอมให้พื้นที่ของตนกลายเป็นฐานหรือทางผ่านของเงินสกปรกอีกต่อไป

                            การดำเนินการเชิงรุกของนานาประเทศและประเทศไทยเป็นการส่งแรงกดดันมหาศาลต่อรัฐบาลกัมพูชาให้ต้องเลือกข้างอย่างเด็ดขาด เนื่องจากแกนกลางของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสแกมเมอร์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเพิกเฉยหรือการอำนวยความสะดวกอย่างลับ ๆ ของกลุ่มอำนาจในประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจสีเทาเหล่านี้

                              การที่สหรัฐฯ และอังกฤษสามารถยึดทรัพย์สินในต่างประเทศและตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินได้ เป็นการทำลายวงจรฟอกเงินของกลุ่ม Prince Group ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการค้ามนุษย์และการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่จัดการกับอาชญากร แต่ยังเป็นการท้าทายความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของระบบการเมืองกัมพูชาโดยตรง ซึ่งการปฏิเสธของพนมเปญมีแต่จะเพิ่มความโดดเดี่ยวทางการทูตและเร่งให้สถานการณ์ความน่าเชื่อถือของประเทศในเวทีโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤต

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...