วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTกัมพูชายังวางทุ่นระเบิดซ้ำซาก ไทยประท้วงครั้งที่ 4 เสียงสันติภาพที่ถูกกลบด้วยระเบิดชายแดน

กัมพูชายังวางทุ่นระเบิดซ้ำซาก ไทยประท้วงครั้งที่ 4 เสียงสันติภาพที่ถูกกลบด้วยระเบิดชายแดน

เผยแพร่

spot_img

  แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงและคำมั่นต่อเวทีนานาชาติ แต่กัมพูชายังคงถูกกล่าวหาว่าละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยการวางทุ่นระเบิดบริเวณชายแดน จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ กระทรวงการต่างประเทศต้องประท้วงเป็นครั้งที่ 4 ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี พฤติกรรมเช่นนี้กำลังบั่นทอนความไว้วางใจ และอาจทำให้กัมพูชาเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากประชาคมโลก

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ทหารไทยซึ่งออกลาดตระเวนบริเวณช่องจุบตะโมก จังหวัดสุรินทร์ เหยียบทุ่นระเบิดและได้รับบาดเจ็บ เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของปัญหาที่หมักหมมระหว่างไทยและกัมพูชา และกลายเป็นเหตุให้กระทรวงการต่างประเทศไทยต้องออกแถลงการณ์ประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกัมพูชาเป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่กี่เดือน

                           การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 5 วันหลังจากที่สองประเทศเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง และยืนยันร่วมกันว่าจะลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน ทว่าเพียงไม่นานก็เกิดเหตุซ้ำรอย การละเมิดข้อตกลงเช่นนี้กำลังทำให้คำว่า “สันติภาพ” กลายเป็นเพียงวาทกรรมที่ขาดน้ำหนัก และไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นได้อีกต่อไป

                         กัมพูชาเป็นภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล แต่การวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องนี้ ถูกมองว่าเป็นการละเมิดทั้งพันธกรณีทางกฎหมายและจริยธรรมในเวทีนานาชาติ

                         นานาประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุนงบประมาณและความช่วยเหลือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในกัมพูชา ต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ทบทวนการให้ความช่วยเหลือ หากรัฐบาลพนมเปญยังไม่ยุติการกระทำที่เป็นการยั่วยุและเสี่ยงต่อความมั่นคงภูมิภาค

                          “นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และน่าเศร้าที่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากไม่มีแรงกดดันเพียงพอ” นักวิชาการด้านความมั่นคงในกรุงเทพฯ กล่าว พร้อมชี้ว่าการเพิกเฉยต่อพฤติกรรมเช่นนี้ จะทำให้มาตรฐานสากลในด้านสิทธิมนุษยชนและความมั่นคงถูกบ่อนทำลาย

                              พฤติกรรมการปฏิเสธข้อกล่าวหาและโยนความผิดกลับไปยังฝ่ายไทย เป็นยุทธวิธีที่กัมพูชาเคยใช้ในอดีต เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นหลัก แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลในระยะสั้น แต่ในระยะยาวกลับสร้างความสับสนและความไม่ไว้วางใจในวงกว้าง

                              ไทยในฐานะผู้เสียหาย  ได้วางกลยุทธ์ทางการทูตอย่างรอบคอบ ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อนำเสนอในเวทีนานาชาติ ทั้งต่อประธานอนุสัญญาออตตาวา เลขาธิการสหประชาชาติ และองค์กรความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อให้ปัญหานี้ถูกมองอย่างตรงไปตรงมา และไม่ถูกบิดเบือนด้วยวาทกรรมทางการเมือง

                            เหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความจริงใจของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ การประชุมหยุดยิงอาจกลายเป็นเพียงพิธีกรรมทางการทูตที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ภายนอก ขณะที่ความเป็นจริงในพื้นที่กลับเต็มไปด้วย “ดอกไม้เหล็ก” ที่พร้อมจะระเบิดขึ้นทุกเมื่อ

                            สำหรับทหารไทยผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ชายแดน พวกเขาต้องอยู่กับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินทุกย่างก้าว ขณะที่คำมั่นสัญญาระหว่างรัฐบาลทั้งสองกลับกลายเป็นเพียงตัวอักษรในเอกสาร

                              หากสันติภาพเป็นบ้านหลังหนึ่ง บ้านของเราคงมีรั้วที่ถูกโรยด้วยระเบิด และเพื่อนบ้านที่บอกว่า “ไม่ต้องห่วง เราอยากอยู่ร่วมกันอย่างสงบ” ขณะเดียวกันก็แอบฝังทุ่นเพิ่มทุกคืน

                               บางที สิ่งที่กัมพูชากำลังทำ ไม่ได้เพียงแค่ทำลายความไว้วางใจของไทยซึ่งหมดไปนานแล้ว  แต่กำลังขุดหลุมฝังที่นั่งของตัวเองในสังคมโลก  เพราะในเวทีประชาคมระหว่างประเทศ ไม่มีใครอยากนั่งข้างคนที่เอาระเบิดมาวางใต้โต๊ะประชุม

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่