วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงสำคัญ 13 ข้อ

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงสำคัญ 13 ข้อ

เผยแพร่

spot_img

พร้อมคำมั่นจากมหาอำนาจว่าจะไม่แทรกแซง ทว่าในฉากหลังของความสำเร็จทางการทูตนั้น กัมพูชายังคงเสริมกำลังและส่งโดรนเข้าในพื้นที่ชายแดนไทย สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำรงอยู่ และการเดินทางที่ยังอีกยาวไกลของความเชื่อใจระหว่างกัน

                    การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชาครั้งล่าสุดที่มาเลเซีย ได้รับการยกย่องจากฝ่ายไทยว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งสำคัญ การบรรลุข้อตกลง 13 ประเด็น ถือเป็นการฟื้นฟูการเจรจาทวิภาคีที่หยุดชะงักไปนาน และเป็นเครื่องยืนยันว่ากลไกการพูดคุยแบบสองประเทศยังคงทำงานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความขัดแย้งระดับภูมิภาคและระดับโลกมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น     

                     นอกจากนี้ การที่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน รวมถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ต่างพร้อมรับบทบาทเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ยิ่งตอกย้ำความชอบธรรมของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีและกลไกของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงจากภายนอก ซึ่งนับเป็นชัยชนะทางการเมืองอีกครั้งสำหรับกรุงเทพฯ

                       อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จบนโต๊ะเจรจาดูเหมือนจะเป็นเพียงด้านเดียวของเหรียญสถานการณ์จริง ณ บริเวณชายแดนยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การยืนยันของโฆษก ศบ.ทก. ว่ามีการเสริมกำลังของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่สำคัญ และยังคงมีการตรวจพบการใช้โดรนในเขตไทย สะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของกัมพูชาที่ฝังรากลึกมานาน

                        แม้จะมีการตกลงในหลายประเด็น แต่การที่กัมพูชายังคงปฏิเสธข้อเสนอสำคัญ 2 ข้อของไทย ซึ่งรวมถึงเรื่องทุ่นระเบิดที่ไทยมองว่าเป็น “เครื่องป้องกันกำลังของตนเอง” บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าพนมเปญยังคงยึดถือความได้เปรียบทางยุทธวิธี และไม่ได้มองว่าการเจรจาเป็นหลักประกันความปลอดภัยที่เพียงพอ

                          การตัดสินใจของไทยที่จะ “พูดต่อไปเรื่อยเรื่อยจนกว่ากัมพูชาจะยอมรับ” แสดงให้เห็นถึงความอดทนเชิงยุทธศาสตร์และการยึดมั่นในวิถีทางการทูต ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างแรงกดดันระยะยาวให้กับกัมพูชา โดยหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปและภายใต้สายตาของนานาชาติ กัมพูชาจะจำต้องอ่อนข้อลงในที่สุด 

                           แนวทางนี้แม้จะไม่ได้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่รวดเร็ว แต่ก็ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่มีความอดทนและเคารพในกฎกติกาการระหว่างประเทศ ซึ่งนับเป็นแต้มต่อทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในเวทีโลก

                            ดังนั้น ในภาพรวมแล้ว ข้อตกลง 13 ประเด็นจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ซับซ้อน ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของปัญหา สภาพการณ์ในปัจจุบันจึงดูเหมือนว่า การเจรจายังคงเดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่กลไกการทหารยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารหลักระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ยังเปราะบางและสุ่มเสี่ยง

                                การประชุม GBC ครั้งนี้เปรียบเสมือนการปลูกดอกกุหลาบไว้กลางทุ่งระเบิด ไทยส่งสัญญาณแห่งมิตรภาพด้วยข้อตกลง 13 ข้อ ขณะที่กัมพูชาตอบรับด้วยการส่งสัญญาณจากโดรน ซึ่งมีทั้งภาพและเสียงที่ชัดเจนกว่า ถือเป็นความก้าวหน้าทางการทูตที่น่าทึ่ง ที่ต่างฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การพูดคุยเป็นสิ่งจำเป็น… ตราบใดที่ยังไม่มีใครก้าวพลาดไปเหยียบกับระเบิดในระหว่างนั้น

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ”