วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT การพลิกพลิ้วใช้โซเชียลมีเดียและการปฏิเสธความจริงของกัมพูชา  รอคอยเวลาที่จะกลับไปยังจุดเดิมอีก

 การพลิกพลิ้วใช้โซเชียลมีเดียและการปฏิเสธความจริงของกัมพูชา  รอคอยเวลาที่จะกลับไปยังจุดเดิมอีก

เผยแพร่

spot_img

 เป็นที่ยอมรับกันว่า พฤติกรรมของรัฐบาลกัมพูชาในการปฏิเสธข้อกล่าวหาและการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารทางการเมืองนั้น เป็นภาพสะท้อนถึงการดำเนินนโยบายที่พยายามควบคุมเรื่องเล่า (narrative) ของตัวเองอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งกับไทย             

   การปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการละเมิดหยุดยิง การสูญเสียกำลังพล หรือการรุกล้ำอธิปไตย สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกัมพูชามีเป้าหมายที่จะสร้างความชอบธรรม (legitimacy) ให้กับการกระทำของตนเองในสายตาของประชาชนภายในประเทศและประชาคมโลก ด้วยการสร้างภาพให้ไทยเป็นฝ่ายผิดตลอดโดยไม่คำนึงถึงหลักฐานและเหตุผลใด ๆ 

                 การใช้โฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นหลักในการสื่อสาร ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงนานาชาติว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญสำหรับกัมพูชา และเป็นการยกระดับความขัดแย้งให้มีความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลในระดับหนึ่งในการดึงดูดความสนใจจากสื่อต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ

                  การที่นานาชาติ  อาทิ ญี่ปุ่นและเวียดนามเริ่มแสดงท่าทีที่ชัดเจนนั้น แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของกัมพูชาเริ่มส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ยอมรับข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏชัดแจ้ง ถือเป็นการละเมิดบรรทัดฐานสากล (international norms) ในการเจรจาและการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ 

                  การที่เวียดนามซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกัมพูชามาโดยตลอด เลือกที่จะส่งรองนายกรัฐมนตรีมาเยือนไทยและพร้อมให้การสนับสนุน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของเวียดนามต่อเสถียรภาพในภูมิภาค และเป็นสัญญาณที่สำคัญว่า แม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดก็อาจไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นสากลของกัมพูชา 

                      การที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ก็มองว่าพฤติกรรมนี้ไม่ถูกต้อง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการใช้กลยุทธ์ “ปฏิเสธทุกกรณี” อาจไม่ได้ผลอีกต่อไปในสายตาของนานาชาติ และอาจทำให้กัมพูชาถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่บ่อนทำลายความพยายามในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

                         การประชุมทวิภาคีที่มาเลเซียในสัปดาห์อาจประสบปัญหา ก็เป็นมุมมองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของกัมพูชา 

                       หากกัมพูชายังคงยึดมั่นในแนวทางเดิม คือการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ยอมรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ก็เป็นเรื่องยากที่การเจรจาจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ 

                       การขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาและการใช้การเจรจาเป็นเพียงเวทีเพื่อกล่าวโทษฝ่ายตรงข้าม จะทำให้ความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง และอาจทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ 

                       ดังนั้น  ไทยจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ  เพราะการเจรจาในมาเลเซียก็คงจะเห็นพฤติกรรมเดิมของกัมพูชาที่ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี   คงใช้เวลาหาโอกาสสร้างสถานการณ์โดยกลับไปยังจุดเดิมอีก                    

                 

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ”