วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองคดีสำคัญที่พัวพันกับนายทักษิณ ชินวัตร

 การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองคดีสำคัญที่พัวพันกับนายทักษิณ ชินวัตร

เผยแพร่

spot_img

ทั้งคดีมาตรา 112 ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ยื่นอุทธรณ์ และคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปที่ศาลฎีกากลับคำพิพากษาให้กรมสรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีได้อย่างชอบด้วยกฎหมาย

                           เหตุการณ์นี้ ได้จุดคำถามสำคัญในแวดวงการเมืองว่า  เป็นเพียงความบังเอิญของกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นจังหวะที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจ ซึ่งอาจกระทบต่อเส้นทางการกลับมามีบทบาททางการเมืองของอดีตผู้นำที่ยังมีอิทธิพลสูงในหมู่ฐานเสียงจำนวนมาก

                          คดีมาตรา 112 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น อัยการสูงสุดเห็นควรให้อุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีกครั้ง โดยยืนยันว่าการดำเนินการอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเคร่งครัด ขณะที่คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานโดยละเอียดและเห็นว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมชี้ให้เห็น “ผู้มีเงินได้ที่แท้จริง” และ “เจตนาเลี่ยงภาษี” ตามข้อเท็จจริงในสำนวน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการวางบรรทัดฐานด้านภาษีในอนาคต

                            การเกิดขึ้นของคำสั่งและคำพิพากษาในช่วงเวลาใกล้กัน จึงนำไปสู่การวิเคราะห์สองด้าน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นการดำเนินงานปกติของกระบสนการยุติธรรม ทั้งพนักงานอัยการและศาลในแต่ละลำดับขั้น ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะชี้ว่ามีแรงกดดันทางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเมื่อผลของคดีทั้งสองรวมกันแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อบทบาททางการเมืองของนายทักษิณอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในบริบทที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง ทั้งการเปลี่ยนสถานะเป็นฝ่ายค้าน การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำรัฐบาลจากพรรค และการเคลื่อนย้ายของ ส.ส.จำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้พรรคต้องเร่งปรับโครงสร้างและยุทธศาสตร์เพื่อรักษาน้ำหนักทางการเมือง

                          แม้ยังไม่อาจสรุปได้ว่าปรากฏการณ์ทั้งสองเป็น “แผนสกัดกั้น” หรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ผลทางกฎหมายและการเมืองได้เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเปิดคำถามใหม่ต่ออนาคตของพรรคเพื่อไทย รวมถึงทิศทางระบบการเมืองไทยในระยะยาว ซึ่งยังต้องการกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่รักษามาตรฐานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ก่อนจะสามารถพัฒนาหลุดพ้นจากวังวนเดิมได้อย่างแท้จริง 

                         และท้ายที่สุด… หลายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจมิได้เกิดจากผู้ใดจัดฉาก หากเป็นช่วงเวลาที่ “ผลลัพธ์ทางการเมือง” จากพฤติกรรมในอดีตอันยาวนานของนายทักษิณ ที่เหมือนขว้างบูมเมอแรงไปแล้ว  ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดเหวี่ยงกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างสาสม

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ทุนอาหรับหนีสงครามเข้าเอเชียตะวันออก–ไทยโดดเด่น

‘จาง เว่ยเว่ย’ ฟันธงสงครามรุกรานอิหร่านคือจุดจบของอเมริกา คลื่นเงินทุนมหาศาลไหลออกจากเอเชียตะวันตก มุ่งสู่ประเทศไทย

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...