วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTการเมืองไทยเดินมาถึงทางแยก  พรรคเพื่อไทยยอมแพ้ หรือ สู้ต่อในเกมที่หมดทางเลือก

การเมืองไทยเดินมาถึงทางแยก  พรรคเพื่อไทยยอมแพ้ หรือ สู้ต่อในเกมที่หมดทางเลือก

เผยแพร่

spot_img

หลังจากพรรคภูมิใจไทยจับมือพรรคประชาชนเพื่อโหวตนายกฯ ท่ามกลางการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย

                        สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่บทสรุปของ “สงครามชิงอำนาจ” ที่เต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคม หลังจากพรรคประชาชนซึ่งมี ส.ส. เป็นกอบเป็นกำ ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะลงคะแนนสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อสำคัญ ซึ่งรวมถึงการต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนและไม่เข้าร่วมรัฐบาล 

                        การจับมือครั้งนี้ทำให้ภูมิใจไทยมีโอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ขณะที่พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสถานะที่ไร้ทางเลือก แต่ก็ยังคงสู้ต่อไป

                        รายงานล่าสุดระบุว่าพรรคเพื่อไทยสู้สุดตัว  โดยเตรียม”ชัยเกษม” ชิงนายกฯ  แม้จะทราบดีว่ากำลังเป็นรองในเกมอำนาจ แต่พรรคเพื่อไทยได้ตัดสินใจส่ง นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตแคนดิเดตนายกฯ ขึ้นชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อแข่งกับนายอนุทิน ในการประชุมสภาวันที่ 5 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่ยอมแพ้และจะสู้จนถึงที่สุด แม้โอกาสจะริบหรี่ก็ตาม

                         นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งบรรจุวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการเดินหน้าเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและรวดเร็ว

การวิเคราะห์เชิงลึก: เกมอำนาจที่ไร้ทางออก

                            การจับมือกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน สะท้อนถึง “ความล้มเหลวของการเมืองแบบขั้วอำนาจ” ที่เคยแบ่งแยกมานาน การเมืองไทยได้เดินมาถึงจุดที่พรรคการเมืองที่เคยเป็นคู่ขัดแย้งสามารถหันมาจับมือกันเพื่อเป้าหมายเฉพาะกิจได้ โดยที่แต่ละฝ่ายต่างก็มองเห็นผลประโยชน์ในระยะยาวของตนเอง

                           พรรคประชาชนใช้ ส.ส. 140 เสียงเป็น “อาวุธ” ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการเจรจา พรรคยอมแลกการไม่ได้เป็นรัฐบาลกับการได้มาซึ่งเป้าหมายสำคัญของพรรคคือการยุบสภาและแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาด เพราะสามารถควบคุมทิศทางของประเทศได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อการบริหาร

                          ส่วนพรรคภูมิใจไทย ยอมรับการขึ้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยพร้อมเงื่อนไขต้องยุบสภาใน 4 เดือน  นับเป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นการรับภาระในการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่จำกัด โดยอาจไม่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญได้เต็มที่ และหากการยุบสภาเกิดขึ้นจริง ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าพรรคจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

                             สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องกลับมาเป็นฝ่ายค้านถือเป็นการปราชัยอย่างชัดเจน การเสนอชื่อนายชัยเกษมขึ้นชิงนายกฯ เป็นเพียงการต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์เพื่อรักษาศักดิ์ศรีทางการเมือง และอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงฐานเสียงว่าพรรคได้ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจแล้ว

                           ถึงเวลานี้  ชะตากรรมของประเทศจึงเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

                            มองการเมืองไทยว่ากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอย่างแท้จริง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 กันยายนนี้ จะเป็นการตัดสินชะตากรรมของประเทศในระยะสั้น หากนายอนุทินได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเพียงพอตามเงื่อนไข ประเทศไทยก็จะมีนายกฯ คนใหม่ แต่ก็เป็นนายกฯ ที่มีอำนาจจำกัดและมีรัฐบาลที่มีอายุสั้น

                           ประชาชนกำลังมองว่า ในขณะที่พรรคเพื่อไทยงัดทุกไม้ตายเพื่อรักษาอำนาจ, พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วยความเสี่ยง, และพรรคประชาชนก็ใช้ไพ่ในมืออย่างชาญฉลาดเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ ดูเหมือนว่าทั้งสามพรรคกำลังติดอยู่ในเกมการเมืองที่มุ่งเน้นไปที่การเอาชนะกันในสภาและนอกสภา จนลืมไปว่าปัญหาสำคัญของประชาชนอย่างสภาพเศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนักและสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดกลับไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญเลย ราวกับว่า “เกมการเมือง” สำคัญกว่า “การบริหารประเทศ” อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

มติ ครม.รับมือสงครามน้ำมันโลก

4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...