วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

เผยแพร่

spot_img

  ในยุคที่ข้อมูลเดินทางเร็วกว่าเหตุผล  “ข่าวปลอม”  ไม่ได้เพียงทำให้เข้าใจผิด แต่กำลังบิดทิศทางการตัดสินใจของสังคมทั้งระบบตั้งแต่ระดับปัจเจก ไปจนถึงเสถียรภาพของรัฐ

                     ”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง ลักษณะร่วมของข่าวปลอมในปัจจุบันคือ ต้นทุนต่ำ แพร่กระจายรวดเร็ว ตรวจสอบได้ยาก และมุ่งกระตุ้นอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริง ส่งผลให้สังคมจำนวนมากตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่บิดเบือนพร้อมกันในวงกว้าง

                      สนามที่ข่าวปลอมระบาดรุนแรงที่สุดในระดับโลกสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้ หนึ่ง สนามสุขภาพ อาทิ วัคซีน ยา อาหารเสริม และโรคระบาด สอง สนามการเมือง เช่น การเลือกตั้ง ความชอบธรรมของรัฐ และความมั่นคง สาม สนามเศรษฐกิจ ได้แก่ หุ้น ค่าเงิน และข่าวล้มละลาย และสี่ สนามสังคม ซึ่งครอบคลุมประเด็นความเกลียดชัง ศาสนา และชาติพันธุ์

                     เหตุผลสำคัญคือสนามสุขภาพและการเมืองเกี่ยวข้องโดยตรงกับความกลัวและอำนาจ จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือปล่อยข้อมูลเท็จมากที่สุด

                     สหรัฐอเมริกาเผชิญข่าวปลอมด้านการเมืองอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สังคมแตกแยกและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด อินเดียเผชิญข่าวปลอมด้านสุขภาพและสังคม จนก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและเหตุรุนแรงในระดับชุมชน ขณะที่บราซิลได้รับผลกระทบจากข่าวปลอมด้านสุขภาพในช่วงโรคระบาด ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งปฏิเสธการรักษาและวัคซีน นำไปสู่การสูญเสียชีวิตในวงกว้าง

                      กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า  “ข่าวปลอม”  ไม่ใช่เพียงข้อมูลผิดพลาด แต่เป็นปัจจัยเร่งวิกฤตของสังคม

                      ในทางวิชาการ ข่าวปลอมสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น ข่าวที่ถูกแต่งขึ้นทั้งหมด ข่าวที่ถูกตัดต่อหรือดัดแปลง ข่าวจริงที่ถูกนำเสนอในบริบทเท็จ ข่าวแอบอ้างแหล่งที่มา และข่าวที่ถูกปล่อยโดยเจตนาเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม 

                      ต้นตอของข่าวปลอมส่วนใหญ่มาจากสามแรงจูงใจหลัก ได้แก่ ผลประโยชน์ทางการเมือง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากยอดคลิกและการโฆษณา และอคติทางความคิดส่วนบุคคล โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นตัวเร่งการแพร่กระจายของปัญหานี้

                       ประเทศไทยเผชิญข่าวปลอมอย่างเด่นชัดในสนามสุขภาพ สังคม และการเมือง โดยเฉพาะข่าวสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปลอมแปลงภาพและเสียงของพิธีกรชื่อดัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลสาธารณะ เพื่อโฆษณายา อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ข่าวลักษณะดังกล่าวอาศัยความน่าเชื่อถือของบุคคลผสมกับความหวาดกลัวด้านสุขภาพ ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อและตัดสินใจผิดพลาด ปัญหานี้สะท้อนช่องว่างเชิงโครงสร้างสำคัญ คือการรู้เท่าทันสื่อของสังคมไทยยังไม่ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคปัญญาประดิษฐ์

                            ประเทศที่สามารถรับมือข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ฟินแลนด์และไต้หวัน มิได้ใช้การปิดกั้นหรือการแบนเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สื่อมวลชน แพลตฟอร์มดิจิทัล และประชาชน ผ่านการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการเสริมสร้างทักษะคิดเชิงวิพากษ์ เพราะในโลกที่ใครก็สามารถปลอมเป็นใครก็ได้ด้วยเทคโนโลยี ปัญหาอาจไม่ใช่ข่าวปลอมที่มีมากเกินไป หากแต่เป็นสังคมที่ยังเลือกเชื่อในสิ่งที่สบายใจ มากกว่าสิ่งที่เป็นความจริง

                          ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่ไหลบ่าอย่างไร้พรมแดน บทบาทสำคัญมิได้ตกอยู่ที่รัฐหรือสื่อเพียงฝ่ายเดียว หากแต่รวมถึงประชาชนในฐานะผู้รับสารโดยตรง 

                          การตั้งคำถาม ตรวจสอบแหล่งที่มา  “มีสติ” มั่นคงและไม่รีบเชื่อหรือแชร์ข้อมูลเพียงเพราะสอดคล้องกับความเชื่อหรืออารมณ์ของตน คือ “เกราะป้องกัน” พื้นฐานที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เพราะในโลกที่เทคโนโลยีสามารถปลอมภาพ เสียง และตัวตนได้อย่างแนบเนียน ผู้ที่ยังเสพโซเชียลมีเดียด้วยความเคลิบเคลิ้ม โดยไม่ลืมหูลืมตาให้กว้างพอ อาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ชมข่าวปลอม หากแต่จะกลายเป็น “เหยื่อรายต่อไป” ของข้อมูลเท็จโดยไม่รู้ตัว

2569-01-26  “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่