หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

เผยแพร่

spot_img

  ในยุคที่ข้อมูลเดินทางเร็วกว่าเหตุผล  “ข่าวปลอม”  ไม่ได้เพียงทำให้เข้าใจผิด แต่กำลังบิดทิศทางการตัดสินใจของสังคมทั้งระบบตั้งแต่ระดับปัจเจก ไปจนถึงเสถียรภาพของรัฐ

                     ”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง ลักษณะร่วมของข่าวปลอมในปัจจุบันคือ ต้นทุนต่ำ แพร่กระจายรวดเร็ว ตรวจสอบได้ยาก และมุ่งกระตุ้นอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริง ส่งผลให้สังคมจำนวนมากตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่บิดเบือนพร้อมกันในวงกว้าง

                      สนามที่ข่าวปลอมระบาดรุนแรงที่สุดในระดับโลกสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้ หนึ่ง สนามสุขภาพ อาทิ วัคซีน ยา อาหารเสริม และโรคระบาด สอง สนามการเมือง เช่น การเลือกตั้ง ความชอบธรรมของรัฐ และความมั่นคง สาม สนามเศรษฐกิจ ได้แก่ หุ้น ค่าเงิน และข่าวล้มละลาย และสี่ สนามสังคม ซึ่งครอบคลุมประเด็นความเกลียดชัง ศาสนา และชาติพันธุ์

                     เหตุผลสำคัญคือสนามสุขภาพและการเมืองเกี่ยวข้องโดยตรงกับความกลัวและอำนาจ จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือปล่อยข้อมูลเท็จมากที่สุด

                     สหรัฐอเมริกาเผชิญข่าวปลอมด้านการเมืองอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สังคมแตกแยกและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด อินเดียเผชิญข่าวปลอมด้านสุขภาพและสังคม จนก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและเหตุรุนแรงในระดับชุมชน ขณะที่บราซิลได้รับผลกระทบจากข่าวปลอมด้านสุขภาพในช่วงโรคระบาด ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งปฏิเสธการรักษาและวัคซีน นำไปสู่การสูญเสียชีวิตในวงกว้าง

                      กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า  “ข่าวปลอม”  ไม่ใช่เพียงข้อมูลผิดพลาด แต่เป็นปัจจัยเร่งวิกฤตของสังคม

                      ในทางวิชาการ ข่าวปลอมสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น ข่าวที่ถูกแต่งขึ้นทั้งหมด ข่าวที่ถูกตัดต่อหรือดัดแปลง ข่าวจริงที่ถูกนำเสนอในบริบทเท็จ ข่าวแอบอ้างแหล่งที่มา และข่าวที่ถูกปล่อยโดยเจตนาเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม 

                      ต้นตอของข่าวปลอมส่วนใหญ่มาจากสามแรงจูงใจหลัก ได้แก่ ผลประโยชน์ทางการเมือง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากยอดคลิกและการโฆษณา และอคติทางความคิดส่วนบุคคล โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นตัวเร่งการแพร่กระจายของปัญหานี้

                       ประเทศไทยเผชิญข่าวปลอมอย่างเด่นชัดในสนามสุขภาพ สังคม และการเมือง โดยเฉพาะข่าวสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปลอมแปลงภาพและเสียงของพิธีกรชื่อดัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลสาธารณะ เพื่อโฆษณายา อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ข่าวลักษณะดังกล่าวอาศัยความน่าเชื่อถือของบุคคลผสมกับความหวาดกลัวด้านสุขภาพ ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อและตัดสินใจผิดพลาด ปัญหานี้สะท้อนช่องว่างเชิงโครงสร้างสำคัญ คือการรู้เท่าทันสื่อของสังคมไทยยังไม่ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคปัญญาประดิษฐ์

                            ประเทศที่สามารถรับมือข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ฟินแลนด์และไต้หวัน มิได้ใช้การปิดกั้นหรือการแบนเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สื่อมวลชน แพลตฟอร์มดิจิทัล และประชาชน ผ่านการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการเสริมสร้างทักษะคิดเชิงวิพากษ์ เพราะในโลกที่ใครก็สามารถปลอมเป็นใครก็ได้ด้วยเทคโนโลยี ปัญหาอาจไม่ใช่ข่าวปลอมที่มีมากเกินไป หากแต่เป็นสังคมที่ยังเลือกเชื่อในสิ่งที่สบายใจ มากกว่าสิ่งที่เป็นความจริง

                          ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่ไหลบ่าอย่างไร้พรมแดน บทบาทสำคัญมิได้ตกอยู่ที่รัฐหรือสื่อเพียงฝ่ายเดียว หากแต่รวมถึงประชาชนในฐานะผู้รับสารโดยตรง 

                          การตั้งคำถาม ตรวจสอบแหล่งที่มา  “มีสติ” มั่นคงและไม่รีบเชื่อหรือแชร์ข้อมูลเพียงเพราะสอดคล้องกับความเชื่อหรืออารมณ์ของตน คือ “เกราะป้องกัน” พื้นฐานที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เพราะในโลกที่เทคโนโลยีสามารถปลอมภาพ เสียง และตัวตนได้อย่างแนบเนียน ผู้ที่ยังเสพโซเชียลมีเดียด้วยความเคลิบเคลิ้ม โดยไม่ลืมหูลืมตาให้กว้างพอ อาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ชมข่าวปลอม หากแต่จะกลายเป็น “เหยื่อรายต่อไป” ของข้อมูลเท็จโดยไม่รู้ตัว

2569-01-26  “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

ข่าวอื่นๆ

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...