หน้าแรกINSIDE - INSIGHTคดีเลือกตั้ง 246 เรื่อง เตรียมเขย่าโครงสร้างอำนาจรัฐบาลตั้งได้ แต่ความชอบธรรมยัง “รอคำตัดสิน”

คดีเลือกตั้ง 246 เรื่อง เตรียมเขย่าโครงสร้างอำนาจรัฐบาลตั้งได้ แต่ความชอบธรรมยัง “รอคำตัดสิน”

เผยแพร่

spot_img

จากคำร้องหลังปิดหีบสู่ศาลฎีกา เสียงข้างมากในสภาอาจเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ

                                  สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 กำลังจะเผชิญ “แรงสั่นสะเทือนเงียบ” เมื่อข้อมูลจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่า มีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งรวมอย่างน้อย 246 เรื่อง ซึ่งหลายคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา และอาจถูกส่งต่อไปยัง ศาลฎีกา ส่งผลให้สถานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมดุลอำนาจในสภายังไม่อาจถือว่า “นิ่ง” ได้อย่างแท้จริง

                                  ตัวเลข 246 คำร้อง ไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่สะท้อน “ความไม่สิ้นสุดของการเลือกตั้ง” ในทางปฏิบัติ โดยในช่วงต้นหลังปิดหีบ มีคำร้องเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 113 เรื่อง และมีการไต่สวนไปเพียง 39 คดีเท่านั้น เมื่อเทียบกับจำนวนรวมทั้งหมด หมายความว่าคดีอีกจำนวนมากยังอยู่ในกระบวนการ และอาจใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะได้ข้อยุติ

                              ลักษณะของคำร้องส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา “ซื้อเสียง” ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือความผิดปกติในการนับคะแนน การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และคำร้องขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายเขตเลือกตั้ง ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงต่อ “ความถูกต้องของผลเลือกตั้ง” ไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเชิงเทคนิค

                             ข้อเท็จจริงสำคัญคือ กระบวนการของ กกต. ไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมการประกาศผล แต่ยังเปิดช่องให้มีการตรวจสอบย้อนหลัง และหากเห็นว่ามีมูล สามารถส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยได้ ซึ่งในอดีตมีหลายกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้เลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้ สส. ต้องพ้นจากตำแหน่ง และทำให้สมดุลเสียงในสภาเปลี่ยนแปลง

                             เมื่อย้อนดูการเลือกตั้งปี 2566 จะพบรูปแบบที่คล้ายกัน โดยมีคำร้องรวม 365 เรื่อง และยังมีคดีค้างอยู่ 77 เรื่องแม้ผ่านช่วงเวลาหลังเลือกตั้งไปแล้ว สะท้อนว่า “คดีเลือกตั้งในไทยมีลักษณะยืดเยื้อ” และสามารถส่งผลกระทบทางการเมืองในระยะยาว ไม่ใช่เพียงช่วงจัดตั้งรัฐบาล

                            ในเชิงโครงสร้าง นี่จึงกลายเป็นจุดเปราะบางของระบบการเมืองไทย เพราะแม้รัฐบาลจะสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งได้สำเร็จในเบื้องต้น แต่หากมีคำพิพากษาให้ สส. หลายคนพ้นตำแหน่งในเวลาใกล้เคียงกัน เสียงข้างมากอาจลดลงทันทีโดยไม่ต้องมีการยุบสภา ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลขึ้นอยู่กับ “คำตัดสินนอกสภา” ไม่น้อยไปกว่าการลงมติภายใน

                            เมื่อเปรียบเทียบกับระบบของ UK Parliament และ United States Congress จะพบว่าการเพิกถอนสมาชิกหลังการเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่บ่อย และมักผ่านกระบวนการที่ใช้เวลายาวนานหรือการตัดสินเชิงจริยธรรมภายในสภาเอง ส่งผลให้ “ความไม่แน่นอนหลังเลือกตั้ง” มีจำกัดกว่าประเทศไทย

                          ท้ายที่สุด การเมืองไทยอาจไม่ได้ขาดกลไกตรวจสอบ แต่กำลังเผชิญกับ “ความเหลื่อมเวลา” ระหว่างอำนาจกับความชอบธรรม เพราะในขณะที่รัฐบาลเริ่มทำงานแล้ว กระบวนการตัดสินว่าสมาชิกเหล่านั้น “ได้อำนาจมาอย่างถูกต้องหรือไม่” ยังดำเนินต่อไป และในประเทศที่ผลเลือกตั้งยังไม่ใช่จุดจบของการเลือกตั้ง 

คำถามที่เงียบที่สุด  แต่อาจดังที่สุดคือ เรากำลังบริหารประเทศบนเสียงข้างมากที่ มั่นคง” หรือเพียง “รอการเปลี่ยนแปลง” เท่านั้น

2569-04-02    ผู้เขียน  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง