เมื่อสังคมออนไลน์ท้าทายศักดิ์ศรีมนุษย์
สองคดีคำพูดคุกคามผู้หญิง กับคำถามใหญ่ สังคมดิจิทัลกำลังไปทางไหน !
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สังคมไทยเผชิญกรณีถ้อยคำคุกคามทางเพศ 2 เหตุการณ์จากบุคคลสาธารณะ
กรณีหนึ่งเป็นอาจารย์นักวิชาการ ในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงในเชิงเพศและชาติกำเนิด ซึ่งต่อมามี สส.หญิงออกมารับว่าหมายถึงเธอ
กับอีกกรณีเป็นนักร้องศิลปินชื่อดังที่โพสต์ข้อความส่อการคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวซึ่งต่อมาถูกเปิดเผยเป็นบุตรสาวนักการเมืองใหญ่ ทั้งสองกรณีจุดกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวาง และนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย
แม้รายละเอียดของแต่ละคดีแตกต่างกัน แต่พฤติการณ์มีจุดร่วมสำคัญ คือการใช้ถ้อยคำทางเพศเป็นอาวุธในพื้นที่สาธารณะดิจิทัล เพื่อลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง ไม่ใช่การโต้แย้งเชิงเหตุผล การตอบโต้ของผู้เสียหายและการแจ้งความร้องทุกข์สะท้อนว่า สังคมไทยกำลังขยับจากการ “ทนฟัง” ไปสู่การ “ไม่ยอมรับ” พฤติกรรมเช่นนี้อีกต่อไป
ต่อมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม. ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยชี้ว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และต้องให้กระบวนการยุติธรรมจัดการอย่างจริงจัง ท่าทีนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการบังคับใช้บทแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่เพิ่มความผิดและโทษเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งไม่ใช่เพียงโทษปรับ แต่รวมถึงโทษจำคุก นับเป็นสัญญาณว่ารัฐกำลังยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิในยุคดิจิทัล
เมื่อเทียบกับต่างประเทศ หลายสังคมเผชิญปัญหาคล้ายกันในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่กฎหมายและบรรทัดฐานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป เกาหลีใต้ หรือแคนาดา ซึ่งจัดการการคุกคามทางเพศออนไลน์ในฐานะความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง แนวทางที่ได้ผลไม่ใช่การลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่เสมอภาค การกำกับแพลตฟอร์ม และการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบของสื่อ เพื่อไม่ขยายซ้ำถ้อยคำที่เป็นอันตราย
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “นี่คือธรรมชาติของสังคมดิจิทัลหรือไม่” หากแต่เป็นว่า เราจะปล่อยให้ดิจิทัลไร้ความรับผิดชอบต่อไปหรือไม่ เพราะถ้อยคำบนจอ แม้ไม่ทิ้งร่องรอยทางกายภาพ แต่ทิ้งบาดแผลทางศักดิ์ศรีอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อผู้กระทำเป็นบุคคลสาธารณะ ผลกระทบยิ่งขยายวงกว้างกว่าปกติ
ในยุคที่ปลายนิ้วพรมบนจอ แค่โพสต์หนึ่งใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่คำอธิบายความเสียหายต้องใช้ทั้งกฎหมายและศีลธรรม สังคมดิจิทัลอาจไม่ได้ “พูดมากขึ้น” หากแต่ “คิดน้อยลง” คำถามจึงไม่ใช่เสรีภาพในการแสดงความเห็นจะถูกจำกัดหรือไม่ แต่คือ เมื่อใดที่เราจะยอมรับร่วมกันว่า เสรีภาพ…นั้นต้องไม่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้อื่น
ไม่ว่าบนถนนหรือบนหน้าจอ !!
2/01/2569 “ชัยทัศน์“ ได้ครับ



