วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTคนชอบ“โพสต์… ” อำนาจนอกกฎหมาย  !

คนชอบ“โพสต์… ” อำนาจนอกกฎหมาย  !

เผยแพร่

spot_img

เมื่อสังคมออนไลน์ท้าทายศักดิ์ศรีมนุษย์

                           สองคดีคำพูดคุกคามผู้หญิง กับคำถามใหญ่ สังคมดิจิทัลกำลังไปทางไหน !

                          ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สังคมไทยเผชิญกรณีถ้อยคำคุกคามทางเพศ 2 เหตุการณ์จากบุคคลสาธารณะ 

                          กรณีหนึ่งเป็นอาจารย์นักวิชาการ ในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงในเชิงเพศและชาติกำเนิด  ซึ่งต่อมามี สส.หญิงออกมารับว่าหมายถึงเธอ    

                        กับอีกกรณีเป็นนักร้องศิลปินชื่อดังที่โพสต์ข้อความส่อการคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวซึ่งต่อมาถูกเปิดเผยเป็นบุตรสาวนักการเมืองใหญ่  ทั้งสองกรณีจุดกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวาง และนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย

                        แม้รายละเอียดของแต่ละคดีแตกต่างกัน แต่พฤติการณ์มีจุดร่วมสำคัญ คือการใช้ถ้อยคำทางเพศเป็นอาวุธในพื้นที่สาธารณะดิจิทัล เพื่อลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง ไม่ใช่การโต้แย้งเชิงเหตุผล การตอบโต้ของผู้เสียหายและการแจ้งความร้องทุกข์สะท้อนว่า สังคมไทยกำลังขยับจากการ “ทนฟัง” ไปสู่การ “ไม่ยอมรับ” พฤติกรรมเช่นนี้อีกต่อไป

                       ต่อมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม.  ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยชี้ว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และต้องให้กระบวนการยุติธรรมจัดการอย่างจริงจัง ท่าทีนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการบังคับใช้บทแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่เพิ่มความผิดและโทษเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งไม่ใช่เพียงโทษปรับ แต่รวมถึงโทษจำคุก นับเป็นสัญญาณว่ารัฐกำลังยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิในยุคดิจิทัล

                      เมื่อเทียบกับต่างประเทศ หลายสังคมเผชิญปัญหาคล้ายกันในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่กฎหมายและบรรทัดฐานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป เกาหลีใต้ หรือแคนาดา ซึ่งจัดการการคุกคามทางเพศออนไลน์ในฐานะความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง แนวทางที่ได้ผลไม่ใช่การลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่เสมอภาค การกำกับแพลตฟอร์ม และการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบของสื่อ เพื่อไม่ขยายซ้ำถ้อยคำที่เป็นอันตราย

                       คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “นี่คือธรรมชาติของสังคมดิจิทัลหรือไม่” หากแต่เป็นว่า เราจะปล่อยให้ดิจิทัลไร้ความรับผิดชอบต่อไปหรือไม่ เพราะถ้อยคำบนจอ แม้ไม่ทิ้งร่องรอยทางกายภาพ แต่ทิ้งบาดแผลทางศักดิ์ศรีอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อผู้กระทำเป็นบุคคลสาธารณะ ผลกระทบยิ่งขยายวงกว้างกว่าปกติ

                      ในยุคที่ปลายนิ้วพรมบนจอ แค่โพสต์หนึ่งใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่คำอธิบายความเสียหายต้องใช้ทั้งกฎหมายและศีลธรรม สังคมดิจิทัลอาจไม่ได้ “พูดมากขึ้น” หากแต่ “คิดน้อยลง” คำถามจึงไม่ใช่เสรีภาพในการแสดงความเห็นจะถูกจำกัดหรือไม่ แต่คือ เมื่อใดที่เราจะยอมรับร่วมกันว่า เสรีภาพ…นั้นต้องไม่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้อื่น

                     ไม่ว่าบนถนนหรือบนหน้าจอ  !!

2/01/2569   “ชัยทัศน์“ ได้ครับ

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่