เมื่อการเฉลิมฉลองเดินสวนกับห้วงอารมณ์ของประเทศ
แม้บรรยากาศคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญจะยังคงมีแสง สี และกิจกรรมดึงดูดผู้คนไม่แพ้ปีก่อน แต่หากพิจารณาอย่างรอบคอบ จะพบว่าการลงทุนจัดงานหลายแห่ง “ลดระดับความหวือหวา” ลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนภาวะเศรษฐกิจและอารมณ์สังคมที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง
ข้อมูลจากภาคธุรกิจค้าปลีกสะท้อนตรงกันว่า งบประมาณการจัดงานปลายปีปีนี้ถูกควบคุมอย่างรัดกุมมากขึ้น เน้นกิจกรรมเชิงประสบการณ์และการตกแต่งที่ “พอดี” มากกว่าการแข่งขันความยิ่งใหญ่เช่นในอดีต อย่างไรก็ตาม จำนวนประชาชนที่ออกมาเดินห้าง จับจ่าย และถ่ายภาพบรรยากาศเทศกาลยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อน สะท้อนความต้องการพักผ่อนและผ่อนคลายหลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงแห่งความโศกเศร้าจากการสูญเสียครั้งสำคัญ ซึ่งตามขนบธรรมเนียมประเพณียังไม่พ้นระยะเวลา 100 วัน ความรื่นเริงที่ปรากฏในพื้นที่เชิงพาณิชย์จึงกลายเป็นภาพสะท้อนความย้อนแย้งทางอารมณ์ของสังคม
ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นสิ่งที่ชวนให้สังคมหยุดคิดว่า “ความเหมาะสม” ในห้วงเวลานี้ควรอยู่ตรงจุดใด
ในช่วงเวลาเดียวกัน ทหารไทยจำนวนไม่น้อยยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดและการละเมิดที่ยังไม่ยุติ ความมั่นคงของประเทศจึงมิใช่ภาพข่าวที่อยู่ไกลตัว หากแต่เป็นภารกิจจริงที่มีผู้แบกรับอยู่ทุกวัน ภาพการเฉลิมฉลองที่ดำเนินไปอย่างคึกคักจึงยิ่งตอกย้ำคำถามเชิงสังคมว่า เราได้ตระหนักถึงภาระของผู้ปกป้องประเทศมากน้อยเพียงใด
บางที การเฉลิมฉลองปลายปีอาจไม่จำเป็นต้องแข่งกันสว่างที่สุดหรือเสียงดังที่สุด
การพบปะกันในวงเพื่อน วงครอบครัว ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และลดความเอิกเกริกลงบ้าง อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของความรับผิดชอบร่วมทางสังคมในยามที่ประเทศยังเปราะบาง
เพราะในปีนี้ ความสุขที่เหมาะสม อาจไม่ใช่ความสุขที่ดังที่สุด หากแต่เป็นความสุขที่รู้กาลเทศะมากที่สุด !
26/12/2568 “ชัยทัศน์“



