INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 10 กันยายน 2569
ไฟไหม้ตลาดดังสะท้อนความเปราะบางของย่านการค้าเก่า
เศรษฐกิจรายย่อย
จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงซากอาคารและความเสียหายของผู้ค้า แต่สะท้อนโจทย์ใหญ่ของกรุงเทพฯ ในการบริหารความเสี่ยงของย่านการค้าเก่า ทั้งด้านความปลอดภัยอาคาร สิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูเศรษฐกิจรายย่อยหลังเกิดภัยพิบัติ
เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เมื่อคืนของปลายเดือนก่อน สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่ค้าขายและโครงสร้างอาคาร โดยเพลิงเริ่มขึ้นบริเวณชั้น 1 ก่อนลุกลามไปยังพื้นที่ส่วนอื่น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลาควบคุมสถานการณ์ ท่ามกลางข้อกังวลด้านความมั่นคงของโครงสร้างอาคารที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนและการพังถล่มของบางส่วน ขณะที่การตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่
ผลกระทบทางเศรษฐกิจมีความสำคัญไม่แพ้ความเสียหายทางกายภาพ คลองถมเซ็นเตอร์มีแผงค้าประมาณ 300 แผง และมีผู้ประกอบการประมาณ 100 ราย เนื่องจากผู้ค้าบางรายมีมากกว่าหนึ่งแผง ภายหลังเกิดเหตุมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความและให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินและความเสียหาย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้กระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานที่พึ่งพาพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งทำมาหากินโดยตรง ขณะที่มูลค่าความเสียหายทั้งหมดจะต้องรอการประเมินอย่างเป็นทางการ
อีกด้านหนึ่ง เหตุเพลิงไหม้ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ ทั้งจากควัน ฝุ่นละออง และสารที่เกิดจากการเผาไหม้ของวัสดุภายในอาคาร หน่วยงานด้านสาธารณสุขและกรุงเทพมหานครจึงต้องเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ขณะที่ผลกระทบในระยะต่อไปยังครอบคลุมถึงการจัดการซากอาคาร วัสดุที่ได้รับความเสียหาย และการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย อัคคีภัยในย่านการค้าจึงไม่ได้จบลงเมื่อสามารถควบคุมเปลวไฟได้ แต่ยังมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการฟื้นฟูเมืองตามมา
ในมุมที่กว้างขึ้น คลองถมเซ็นเตอร์สะท้อนความท้าทายของกรุงเทพฯ ซึ่งมีย่านการค้าเก่าและอาคารที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่นและมีการดัดแปลงพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ความปลอดภัยจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวอาคาร แต่ต้องครอบคลุมระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ การเข้าถึงพื้นที่ของรถดับเพลิง ตลอดจนการจัดเก็บสินค้าและวัสดุที่อาจเพิ่มความรุนแรงของเพลิง การตรวจสอบเชิงป้องกันอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญไม่แพ้การรับมือเมื่อเกิดเหตุแล้ว
บทเรียนจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังชี้ให้เห็นความจำเป็นของระบบบริหารความเสี่ยงที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ เจ้าของอาคาร และผู้ประกอบการ ตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูลอาคารและพื้นที่เสี่ยง การตรวจสอบระบบความปลอดภัยตามรอบเวลา ไปจนถึงการกำหนดแผนฟื้นฟูธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยหลังเกิดภัยพิบัติ การเยียวยาจึงไม่ควรหมายถึงเพียงการช่วยเหลือค่าเสียหายเฉพาะหน้า แต่ควรทำให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว และลดโอกาสที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจจะลุกลามจากผู้ค้ารายหนึ่งไปสู่ครอบครัว ลูกจ้าง และห่วงโซ่ธุรกิจโดยรอบ
คลองถมเซ็นเตอร์จึงไม่ควรถูกจดจำเพียงในฐานะตลาดที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ หากควรถูกมองเป็นบทเรียนสำคัญของมหานครในการจัดการย่านเศรษฐกิจเก่า เพราะเมืองที่มีระบบป้องกันความเสี่ยงที่ดี ไม่ใช่เมืองที่ไม่เคยเกิดภัยพิบัติ แต่คือเมืองที่สามารถลดความเสียหาย รับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้คนกลับมายืนได้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด เมื่อไฟดับลง สิ่งที่กรุงเทพฯ ต้องจัดการต่อไม่ใช่เพียงซากอาคาร หากคือการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและยกระดับความปลอดภัยของย่านการค้าเก่าทั้งระบบ
#คลองถมเซ็นเตอร์#ภัยพิบัติ#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#เพลิงไหม้คลองถม



