
จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์
เนื่องในศุภวาระมหามงคลสมัย“เฉลิมพระชนมพรรษา” พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในรัชสมัยแห่งการขับเคลื่อนประเทศชาติไปข้างหน้า พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ฉายชัดด้วยพระอัจฉริยภาพหลากมิติ ทรงแผ่พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมให้อาณาราษฎรได้ร่มเย็นเป็นสุข ภายใต้เศวตฉัตรแห่งพระบารมีที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงและยั่งยืน
ใจกลางแห่งพระเกียรติยศอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก คือการที่ทรงเป็น “กษัตริย์นักบิน” ผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถสูงยิ่ง พระองค์ทรงผ่านการฝึกอบรมทางทหารและการบินอย่างเข้มงวด ทรงสะสมชั่วโมงบินสะเทือนฟากฟ้าทั้งกับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอย่าง F-16 และเครื่องบินพาณิชย์โบอิ้ง 737-400 สิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นจากเพียงพระราชนิยม หากแต่เป็นผลลัพธ์จากพระอัจฉริยภาพด้านระเบียบวินัยขั้นสูงสุด ทรงเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การบินและการดูแลพระวรกายอย่างเคร่งครัด สะท้อนถึงความอดทนและความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่ไม่มีข้อบกพร่อง
พระอัจฉริยภาพด้านวินัยและบทเรียนจากการทำการบิน ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงสืบสานและพัฒนา “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” ทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ราษฎรในถิ่นทุรกันดารเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐาน อีกทั้งในยามที่ประเทศเผชิญวิกฤตสุขภาพ ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ระดับสูง และรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย เพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนด้วยความว่องไวและทันท่วงที
ไม่เพียงแต่สุขอนามัยเท่านั้น ทรงเล็งเห็นว่าการศึกษาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติคือรากฐานที่มั่นคงของชีวิต ผ่านการดำเนินงานของ “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” ที่มอบโอกาสแก่เยาวชนไทยอย่างไร้เงื่อนไขผูกพัน ควบคู่ไปกับการสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถ ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน เช่น โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ และโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” ที่สร้างความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาตนเองให้แก่ราษฎร
นวัตกรรมทางสังคมชิ้นสำคัญที่แสดงถึงพลังแห่งระเบียบวินัยและความร่วมมือ คือ “โครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเพื่อปลุกจิตสำนึกความสามัคคีและการเสียสละ ปัจจุบันโครงการนี้ได้หล่อหลอมหัวใจของประชาชนทั่วประเทศหลายล้านคน ให้ลุกขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาพัฒนา ภัยพิบัติ และเฉพาะกิจ ร่วมมือกันขับเคลื่อนและฟื้นฟูสังคมไทยด้วยโครงสร้างการทำงานที่เข้มแข็ง เด็ดขาด แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเกื้อกูลและปรารถนาดีต่อส่วนรวม
ในมิติของการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ทรงแสดงบทบาทจอมทัพนำของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในเวทีโลกอย่างสง่างาม เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในฐานะผู้แทนพระองค์รวมแล้วไม่น้อยกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เป็นจำนวนกว่า 50 ครั้ง และในปัจจุบันหลังเสด็จขึ้นทรงราชย์ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนมิตรประเทศอย่างเป็นทางการ ทั้งสหราชอาณาจักร ภูฏาน จีน ลาว สวีเดน และฝรั่งเศส เพื่อสานสัมพันธ์ทวิภาคีอันแน่นแฟ้นและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสากลโลก
ด้วยพระราชกรณียกิจอันเป็นอเนกอนันต์ที่ร้อยเรียงขึ้นจากพระปรีชาสามารถและระเบียบวินัยอันยอดเยี่ยม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ จึงทรงเป็นมิ่งขวัญและร่มโพธิ์ทองของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาอันเป็นมหามงคลนี้ อาณาราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าและประเทศไทย ตราบกาลนานเทอญ
ขอจงทรงพระเจริญ
INSIDE INSIGHT | THAITRIBUNE
ประจำวันที่ 28 กรกฎาคม 2569
โดย- “ชัยทัศน์”



