วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจับตาวันตัดสิน 29 สิงหาฯ  ศึกชี้ชะตา ...

จับตาวันตัดสิน 29 สิงหาฯ  ศึกชี้ชะตา “แพทองธาร” คดีฮุนเซ็นเขย่าบัลลังก์นายกฯ สั่นคลอนการเมืองไทย

เผยแพร่

spot_img

ในสัปดาห์หน้า การเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากคลิปหลุดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซ็น อดีตนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ซึ่งถูกนำมาตีความว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ

                                การไต่สวนนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นขั้นตอนสำคัญที่นำไปสู่การพิจารณาคำแถลงปิดคดีที่จะต้องส่งภายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมและความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างยิ่ง

                                  สถานการณ์นี้ต้องพิจารณาจากหลายมิติ ทั้งในแง่ของข้อกฎหมาย ประเด็นทางการเมือง และกรณีศึกษาในอดีต ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายเป็น “การกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ” หรือไม่ ซึ่งอาจมีการตีความที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเรื่องของการกระทำที่ “อาจ” นำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือการกระทำที่ “อาจ” ขัดต่อผลประโยชน์ของชาติ 

                                ในอดีตศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้ง โดยมีลักษณะการกล่าวหาที่แตกต่างกันไป เช่น กรณี พล.อ.สุจินดา คราประยูร (แม้จะพ้นจากตำแหน่งด้วยแรงกดดันทางการเมืองมากกว่าคำวินิจฉัยของศาลโดยตรง), นายสมัคร สุนทรเวช ในคดีจัดรายการทำอาหาร (ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์ในฐานะส่วนตัว) และกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ แม้ลักษณะการกล่าวหาจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง 

                               ดังนั้น ในกรณีของนางสาวแพทองธาร การตัดสินจึงขึ้นอยู่กับว่า เมื่อศาลได้ทำการไต่สวนพยานแล้วหลายปาก และจากพยานหลักฐานที่นำสู่ศาลแล้วนั้น ศาลจะตีความการกระทำในคลิปเสียงและให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานที่นำเสนอมากน้อยเพียงใด

                                 ในห้วงเวลาที่ต้องรอคำตอบ สัญญาณที่ส่งออกมาคือการรอคอยอย่างเงียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องย่อมตระหนักดีว่าการกระทำหรือการตัดสินใจใดที่อาจผิดพลาดไปแล้ว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องรู้อยู่แก่ใจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คำวินิจฉัยที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญว่า การเมืองไทยจะเดินต่อไปในทิศทางใด

                                ถึงวันนั้น คนไทยจะได้เห็นว่า คลิปเสียงนส.แพทองธาร คุยกับฮุนเซ็น นั้น  เขย่าบัลลังก์นายกรัฐมนตรีให้ สั่นคลอนจริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่