วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจำนวนชาวอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

จำนวนชาวอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

เผยแพร่

spot_img

                              การเข้ามาของชุมชนอิสราเอลในไทยไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ท่องเที่ยวหรือการลงทุนทั่วไป แต่เป็นการตั้งชุมชนขนาดใหญ่ พร้อมศูนย์รวมทางศาสนา เช่น ชาบัดหรือโบสถ์ยิว และบางครั้งใช้กลไกทางกฎหมายอย่าง “นอมินี” เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจ การกระทำเช่นนี้สร้างแรงกดดันต่ออำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ การผูกขาดทางธุรกิจในชุมชนปิดและความแยกตัวจากสังคมไทย อาจกัดกร่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น แย่งอาชีพ และก่อให้เกิดความตึงเครียดทางวัฒนธรรม หากไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ปัญหาจะซ้ำรอยอย่างที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติ

                             บทเรียนจากประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่าการอพยพและตั้งถิ่นฐานใหม่ของชาวยิว (Diaspora) แม้จะสร้างเครือข่ายเข้มแข็งและรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมได้ดี แต่ในบางครั้งก็เกิดความขัดแย้งกับเจ้าบ้าน แม้ไทยจะไม่มีรากฐานความขัดแย้งเช่นเดียวกับอิสราเอล-ปาเลสไตน์

                             การปรากฏของชุมชนแยกตัวและจัดโครงสร้างธุรกิจและศาสนาเป็นอิสระ อาจทำให้สังคมเจ้าบ้านรู้สึกว่าพื้นที่และทรัพยากรถูก “ยึดครอง” เป็นตัวจุดชนวนปัญหาที่หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมและเศรษฐกิจได้

                            สำหรับประเทศไทย ผลกระทบระยะสั้นเห็นได้จากการบิดเบือนกฎหมายการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การแข่งขันไม่เท่าเทียม และความเชื่อมั่นในธรรมาภิบาลเศรษฐกิจที่ลดลง หากปล่อยให้เกิดต่อไป ปัญหาจะขยายไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวที่อ่อนไหว เช่น ปาย เกาะสมุย และเกาะพะงัน รัฐบาลไทยเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบ “นอมินี” และดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว แต่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น

                               การแก้ไขอย่างยั่งยืนต้องทำสามด้านพร้อมกันบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับทั้งชาวต่างชาติและผู้ช่วยเหลือคนไทย ปิดช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อป้องกันการเลี่ยง และส่งเสริมการบูรณาการทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนต่างชาติ ให้เคารพกฎหมายไทยและร่วมแลกเปลี่ยนกับชุมชนท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ หากละเลย ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นความขัดแย้งซับซ้อนในอนาคต เป็นบทเรียนว่า การปล่อยให้ใครก็ตามทำตามใจโดยไม่ตรวจสอบ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ “น่าอึ้ง” และยากจะแก้ไข

                            น่าแปลกใจที่เจ้าหน้าที่รัฐเงียบเฉยได้ขนาดนี้ คงปล่อยให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นก่อนแล้วถึบจะตื่นเต้น

                           คนในรัฐบาลก็กำลังเล่นเกม “สายตายาวแต่ช้า” ปล่อยให้ชุมชนแยกตัวและผูกขาดธุรกิจเหมือนเป็นเจ้าของเมือง     

                           ก็นิ่งเฉยต่อไปอีกไม่นาน  ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่โกลาหลเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นบทเรียนกันมาแล้ว

                           ไทยอาจไม่ต้องกังวลเพื่อนบ้านที่พูดเสียงดังจากกัมพูชาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเงี่ยหูฟังเสียงก้าวเท้าจากอีกฝั่งของโลก อย่างอิสราเอลที่เริ่มเข้ามาเงียบ ๆ แต่มั่นคงกว่าเดิม 

                           โลกยุคนี้ไม่ได้วัดกันด้วยอาวุธ แต่อยู่ที่ใครมองเห็นการขยับเขยื้อนที่น่ากลัวก่อนกันเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...