วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTตำรวจปฏิญาณทุกเช้าว่า…ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

ตำรวจปฏิญาณทุกเช้าว่า…ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

เผยแพร่

spot_img

 กระแสตำรวจแฉตำรวจเรื่องเส้นเงินเว็บพนัน,ส่วย,ระบบตั๋ว,ซื้อขายตำแหน่ง ทำให้สังคมสงสัยว่าองค์กรผู้รักษากฎหมายกำลังจะกลายเป็น “องค์กรอาชญากรรม” ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ 

                        ขณะที่อดีตรอง ผบ.ตร. คนเดียวในองค์กร ออกสื่อย้ำเดือนแล้วเดือนเล่า พร้อมข้อมูลเส้นทางเงินเชื่อมโยงนายตำรวจนับร้อย นายตำรวจระดับสูงถูกชี้มูลวินัยร้ายแรง แต่ยังไม่ถูกพักราชการทั้งหมด ทำให้ประชาชนหันกลับไปมอง “พฤติการณ์จริง” มากกว่าคำปฏิญาณที่ให้กล่าวทุกเช้า

                       ข้อเท็จจริงที่ตำรวจต้องออกมายืนปฏิญาณว่า “เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” เป็นสัญญาณสะท้อนความไม่ไว้วางใจระดับลึกในสังคม เพราะการจัดวางถ้อยคำ ไม่ได้บรรเทาความสงสัยเมื่อข้อมูลจาก กมธ.ความมั่นคงฯ ชี้ว่ามีตำรวจกว่า 200–300 นายถูกกล่าวหาพัวพันเว็บพนัน,ส่วย และมีคำชี้มูลวินัยร้ายแรงแล้วบางส่วน 

                      นักวิชาการด้านความมั่นคงจึงเห็นตรงกันว่า ความเป็นองค์กรอาชญากรรมไม่ได้เกิดจากคำกล่าวหา แต่เกิดจากการไม่จัดการผู้กระทำผิดภายในองค์กรอย่างเฉียบขาดและโปร่งใส การนิ่งเฉยหรือการดำเนินการล่าช้า กลับยิ่งตอกย้ำความคลางแคลงของสังคมว่าโครงสร้างตำรวจอาจมีปัญหาจริง

                      การออกมาแฉกันเองระหว่างอดีต ผบ.ตร. และอดีตรอง ผบ.ตร. นอกจากมีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวกันเองอยู่แล้วยังสะท้อนรอยแตกภายในองค์กรที่ลึกกว่าการเมืองในเครื่องแบบ เพราะข้อมูลที่นำเสนอผ่าน กมธ. และสื่อออนไลน์ ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งส่วนตัว แต่ชี้ให้เห็นเส้นทางธุรกรรมของเครือข่ายพนันออนไลน์เชื่อมโยงตำรวจหลายระดับ ทั้งชั้นประทวนจนถึงนายพล ความเห็นจากอดีตนายตำรวจและผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดว่า หากผู้บังคับบัญชาไม่เร่งดำดนินการเร่่องทั้งหมดอย่างรวดเร๋วและโปรงใสกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แม้เพียงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการสอบสวน ก็อาจทำให้สถานการณ์อ่อนแรงกว่าเดิม เปิดพื้นที่ให้ทุนเทาและสแกมเมอร์ขยายผลได้อย่างรวดเร็ว

                   ในคณะกมธ. เห็นตรงกันว่าต้นตอของวิกฤตนี้ไม่ใช่เพียงการคอร์รัปชันรายบุคคล แต่เป็นโครงสร้างอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ “ผิดธรรมชาติ” มานาน ตั้งแต่ระบบตั๋ว,เส้นสาย,การโยกย้ายที่ไม่อิงผลงาน ไปจนถึงการจัดสรรกำลังพลแบบกระจุก และระบบงานไซเบอร์สามหน่วยที่ซ้ำซ้อนจนกลายเป็นช่องทางเก็บส่วยแบบมีอิทธิพลไขว้กัน การปฏิรูปตำรวจจึงไม่ใช่ “ปรับภาพลักษณ์” หรือออกคำสั่งห้ามรับส่วยเป็นครั้งคราว แต่ต้องยอมรับปัญหาก่อนว่าโครงสร้างใหญ่กำลังเอื้อความเสื่อม จึงจะมีโอกาสเปลี่ยนผ่านสู่ระบบตรวจสอบที่ใช้งานได้จริง

                              หลายกลุ่มนักวิชาการเตือนตรงกันว่าหากรัฐบาลและ ผบ.ตร. ไม่ขยับเชิงโครงสร้างตั้งแต่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเรื่องดังกล่าวทั้งหมด การรวมศูนย์งานไซเบอร์ให้ชัดเจน การทบทวนระบบตั๋ว และการสร้าง KPI ที่แท้จริ ง ความเสื่อมในองค์กรจะสะสมจนกลายเป็นวงจรทำลายความเชื่อมั่นทั้งระบบยุติธรรม  เพราะเมื่อผู้คุมกฎหมายอ่อนแอ อาชญากรรมจะขยายตัวเร็วที่สุด และเมื่อประชาชนไม่มั่นใจตำรวจ พื้นฐานของรัฐสมัยใหม่ทั้งหมดก็สั่นคลอนตามไปด้วย

                            เมื่อสถานีตำรวจต้องลุกขึ้นมาประกาศทุกเช้าว่า “เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม… นะ“   มันก็เหมือนคนที่ยืนยันทุกวันว่า “ฉันไม่โกงนะ”สุดท้ายประชาชนอาจไม่ได้ฟังที่พูด แต่จ้องดูว่าในลิ้นชักมีอะไรอยู่มากกว่า

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ทุนอาหรับหนีสงครามเข้าเอเชียตะวันออก–ไทยโดดเด่น

‘จาง เว่ยเว่ย’ ฟันธงสงครามรุกรานอิหร่านคือจุดจบของอเมริกา คลื่นเงินทุนมหาศาลไหลออกจากเอเชียตะวันตก มุ่งสู่ประเทศไทย

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...