หน้าแรกINSIDE - INSIGHTตำรวจปฏิญาณทุกเช้าว่า…ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

ตำรวจปฏิญาณทุกเช้าว่า…ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

เผยแพร่

spot_img

 กระแสตำรวจแฉตำรวจเรื่องเส้นเงินเว็บพนัน,ส่วย,ระบบตั๋ว,ซื้อขายตำแหน่ง ทำให้สังคมสงสัยว่าองค์กรผู้รักษากฎหมายกำลังจะกลายเป็น “องค์กรอาชญากรรม” ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ 

                        ขณะที่อดีตรอง ผบ.ตร. คนเดียวในองค์กร ออกสื่อย้ำเดือนแล้วเดือนเล่า พร้อมข้อมูลเส้นทางเงินเชื่อมโยงนายตำรวจนับร้อย นายตำรวจระดับสูงถูกชี้มูลวินัยร้ายแรง แต่ยังไม่ถูกพักราชการทั้งหมด ทำให้ประชาชนหันกลับไปมอง “พฤติการณ์จริง” มากกว่าคำปฏิญาณที่ให้กล่าวทุกเช้า

                       ข้อเท็จจริงที่ตำรวจต้องออกมายืนปฏิญาณว่า “เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” เป็นสัญญาณสะท้อนความไม่ไว้วางใจระดับลึกในสังคม เพราะการจัดวางถ้อยคำ ไม่ได้บรรเทาความสงสัยเมื่อข้อมูลจาก กมธ.ความมั่นคงฯ ชี้ว่ามีตำรวจกว่า 200–300 นายถูกกล่าวหาพัวพันเว็บพนัน,ส่วย และมีคำชี้มูลวินัยร้ายแรงแล้วบางส่วน 

                      นักวิชาการด้านความมั่นคงจึงเห็นตรงกันว่า ความเป็นองค์กรอาชญากรรมไม่ได้เกิดจากคำกล่าวหา แต่เกิดจากการไม่จัดการผู้กระทำผิดภายในองค์กรอย่างเฉียบขาดและโปร่งใส การนิ่งเฉยหรือการดำเนินการล่าช้า กลับยิ่งตอกย้ำความคลางแคลงของสังคมว่าโครงสร้างตำรวจอาจมีปัญหาจริง

                      การออกมาแฉกันเองระหว่างอดีต ผบ.ตร. และอดีตรอง ผบ.ตร. นอกจากมีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวกันเองอยู่แล้วยังสะท้อนรอยแตกภายในองค์กรที่ลึกกว่าการเมืองในเครื่องแบบ เพราะข้อมูลที่นำเสนอผ่าน กมธ. และสื่อออนไลน์ ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งส่วนตัว แต่ชี้ให้เห็นเส้นทางธุรกรรมของเครือข่ายพนันออนไลน์เชื่อมโยงตำรวจหลายระดับ ทั้งชั้นประทวนจนถึงนายพล ความเห็นจากอดีตนายตำรวจและผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดว่า หากผู้บังคับบัญชาไม่เร่งดำดนินการเร่่องทั้งหมดอย่างรวดเร๋วและโปรงใสกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แม้เพียงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการสอบสวน ก็อาจทำให้สถานการณ์อ่อนแรงกว่าเดิม เปิดพื้นที่ให้ทุนเทาและสแกมเมอร์ขยายผลได้อย่างรวดเร็ว

                   ในคณะกมธ. เห็นตรงกันว่าต้นตอของวิกฤตนี้ไม่ใช่เพียงการคอร์รัปชันรายบุคคล แต่เป็นโครงสร้างอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ “ผิดธรรมชาติ” มานาน ตั้งแต่ระบบตั๋ว,เส้นสาย,การโยกย้ายที่ไม่อิงผลงาน ไปจนถึงการจัดสรรกำลังพลแบบกระจุก และระบบงานไซเบอร์สามหน่วยที่ซ้ำซ้อนจนกลายเป็นช่องทางเก็บส่วยแบบมีอิทธิพลไขว้กัน การปฏิรูปตำรวจจึงไม่ใช่ “ปรับภาพลักษณ์” หรือออกคำสั่งห้ามรับส่วยเป็นครั้งคราว แต่ต้องยอมรับปัญหาก่อนว่าโครงสร้างใหญ่กำลังเอื้อความเสื่อม จึงจะมีโอกาสเปลี่ยนผ่านสู่ระบบตรวจสอบที่ใช้งานได้จริง

                              หลายกลุ่มนักวิชาการเตือนตรงกันว่าหากรัฐบาลและ ผบ.ตร. ไม่ขยับเชิงโครงสร้างตั้งแต่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเรื่องดังกล่าวทั้งหมด การรวมศูนย์งานไซเบอร์ให้ชัดเจน การทบทวนระบบตั๋ว และการสร้าง KPI ที่แท้จริ ง ความเสื่อมในองค์กรจะสะสมจนกลายเป็นวงจรทำลายความเชื่อมั่นทั้งระบบยุติธรรม  เพราะเมื่อผู้คุมกฎหมายอ่อนแอ อาชญากรรมจะขยายตัวเร็วที่สุด และเมื่อประชาชนไม่มั่นใจตำรวจ พื้นฐานของรัฐสมัยใหม่ทั้งหมดก็สั่นคลอนตามไปด้วย

                            เมื่อสถานีตำรวจต้องลุกขึ้นมาประกาศทุกเช้าว่า “เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม… นะ“   มันก็เหมือนคนที่ยืนยันทุกวันว่า “ฉันไม่โกงนะ”สุดท้ายประชาชนอาจไม่ได้ฟังที่พูด แต่จ้องดูว่าในลิ้นชักมีอะไรอยู่มากกว่า

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย