หน้าแรกINSIDE - INSIGHTต่างชาติจับตาไฟชายแดนไทย-กัมพูชา

ต่างชาติจับตาไฟชายแดนไทย-กัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

ไทยรู้ทัน ฮุน เซนใช้สถานการณ์กลบปัญหาภายใน

                           สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงลุกวาบเป็นระยะ ท่ามกลางการรายงานจากสื่อใหญ่ทั่วโลกที่สะท้อนเสียงเดียวกันว่า ความเคลื่อนไหวจากฝั่งพนมเปญกำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากแรงกดดันภายในกัมพูชาทวีความเข้มข้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ทรุดต่อเนื่อง  ค่าใช้จ่ายที่กดทับประชาชน และแรงต่อต้านทางการเมืองจากเครือข่ายสม รังสี ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่ารัฐบาลฮุน เซนใช้เหตุปะทะที่ชายแดนเป็นเครื่องเบี่ยงเบนความสนใจ มากกว่าจะเป็นปัญหาพิพาทเขตแดนตามข้อเท็จจริง

                             ท่าทีของสหรัฐส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายระงับการใช้กำลัง โดยเน้นย้ำหลักความโปร่งใสและการเคารพอธิปไตย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือนว่าความไม่มั่นคงในภูมิภาคไม่อาจยอมรับได้ พร้อมจับตาการเคลื่อนไหวของกัมพูชาที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา สะท้อนว่าแรงกดดันนี้มุ่งไปยังพนมเปญมากกว่าไทย

                           ด้านจีนแม้ไม่ออกแถลงการณ์แข็งกร้าว แต่สื่อกระแสหลักของจีนให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อเสถียรภาพภูมิภาคมากกว่าการชี้ผิดถูก ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเตือนทางอ้อมต่อฮุน เซน เพราะการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังผลทางการเมืองภายใน อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในภูมิภาคที่จีนลงทุนอย่างหนัก จึงไม่พร้อมปกป้องกัมพูชาแบบไร้เงื่อนไข

                            จากปัจจัยทั้งหมด นักวิเคราะห์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า ไทยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เฉียบขาด และอยู่ในกรอบของการป้องกันตนเองตามหลักสากล การตอบโต้ต้องได้สัดส่วน ไม่ยืดเยื้อ และไม่เปิดช่องให้กัมพูชานำเหตุปะทะไปขยายผลบนเวทีโลกในฐานะผู้ถูกกระทำ ทั้งที่ปัจจัยภายในพนมเปญคือชนวนสำคัญที่ผลักดันสถานการณ์ ไทยจึงควรบริหารเกมนี้ด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว เพื่อรักษาความชอบธรรมและไม่ตกเป็นเครื่องมือในกลยุทธ์ทางการเมืองของรัฐบาลกัมพูชาที่กำลังเผชิญวิกฤติศรัทธาภายในประเทศตัวเอง

                          “แม้เสียงจากนานาชาติจะเรียกร้องให้หยุดยิงทันที แต่การวางปืนลงเป็นเพียงการยุติเสียงปะทะ มิใช่การคลี่คลายรากของปัญหา และยิ่งไม่ใช่คำตอบของสันติภาพที่ยั่งยืน เมื่อความกดดันภายในกัมพูชายังไม่ได้รับคำอธิบายอย่างโปร่งใส

                         ขณะเดียวกัน หากกองทัพไทยตอบโต้ด้วย

มาตรการที่ได้สัดส่วน รวดเร็ว และชัดเจนภายใต้กรอบป้องกันตัว นานาประเทศก็จะได้รับรู้ว่า รัฐบาลฮุน เซนไม่อาจนำ “เกมเดิม” กลับมาใช้เพื่อบิดเบือนสถานการณ์บนเวทีโลกได้อีกต่อไป

11/12/2568    “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง