วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทรัมป์จับมาดูโร่ …เอเซียระวัง ! สัญญาณอันตรายของโลกไร้กติกา?

ทรัมป์จับมาดูโร่ …เอเซียระวัง ! สัญญาณอันตรายของโลกไร้กติกา?

เผยแพร่

spot_img

 จากเวเนซุเอลาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่ออำนาจใหญ่ไม่รอฉันทามติโลก

                   ปฏิบัติการสะท้านฟ้า ที่กองกำลังสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินและหน่วยทหารพิเศษโรยตัวเข้ากรุงการากัส จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภรรยา ก่อนควบคุมตัวขึ้นเร่อรบไปนิวยอร์ก เพื่อดำเนินคดีภายใต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจไม่ใช่เพียงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ แต่คือ “สัญญาณเตือน” ว่ามหาอำนาจภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเลือกใช้อำนาจเหนือกติกาโลกอย่างเปิดเผยยิ่งขึ้น

                      สำนักข่าวทั่วโลกระบุตรงกันว่า  ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการใช้กำลังข้ามพรมแดนโดยไม่ผ่านกลไกสหประชาชาติ สหรัฐฯ อธิบายว่าเป็นการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดระดับรัฐ แต่ในแวดวงการทูตมีการตั้งข้อสังเกตว่า เวเนซุเอลาเป็นประเทศพลังงานสำคัญ และการนำตัวผู้นำออกจากประเทศอาจเปิดทางต่อการจัดระเบียบอำนาจและทรัพยากรใหม่ โดยเฉพาะน้ำมัน มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงมิติเดียว

                        หากมองย้อนกลับมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทรัมป์เคยเข้ามามีบทบาทในความขัดแย้งไทย-กัมพูชาอย่างน้อยสองครั้ง ตั้งแต่การปรากฏตัวในฐานะ “พยาน” ร่วมกับผู้นำมาเลเซีย ไปจนถึงการกล่าวในสหรัฐฯ ว่าเขาสามารถ “สั่งหยุดยิง” ได้ และอ้างว่าหยุดสงครามมาแล้ว 8 ครั้ง ในหลายกรณี แบบแผนเดียวกันนี้สะท้อนแนวคิดว่ามหาอำนาจสามารถนิยามบทบาทตนเองเหนือกระบวนการพหุภาคีได้ หากเห็นว่าให้ผลลัพธ์เร็วและสร้างภาพความสำเร็จทางการเมือง

                         กรณีมาดูโรทำให้คำถามสำคัญย้อนกลับมาที่ไทย ว่า หากวันหนึ่งทรัมป์หรือผู้นำสหรัฐฯ ใช้ตรรกะเดียวกันกับความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ ไทยอาจเผชิญแรงกดดันให้ “ยอมรับการจัดการจากภายนอก” ได้หรือไม่ โดยไม่ผ่านกลไกอาเซียนหรือกติกาสากล 

                        ขณะเดียวกัน การเอนเอียงเข้าหาจีนมากเกินไปก็ไม่ใช่คำตอบ เพราะจีนมีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ลึกซึ้งกับกัมพูชา ไทยจึงอยู่ในจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

                        บทเรียนจากเวเนซุเอลาคือ ไทยไม่ควรฝากความมั่นคงไว้กับ “ความหวังในกติกา” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันเชิงนโยบายของตนเอง ทั้งการยึดกรอบอาเซียนให้แข็งแรง การสื่อสารกับสหรัฐฯ ในระดับสถาบันมากกว่าบุคคล และการรักษาระยะห่างเชิงยุทธศาสตร์กับจีนอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ถูกดึงเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

                         ในโลกที่ผู้นำมหาอำนาจสามารถบอกได้ว่า “ผมหยุดสงครามมาแล้ว” หรือ “ผมจับผู้นำต่างชาติได้” โดยไม่ต้องรอคำอธิบายจากกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศเล็กและกลางอาจต้องตั้งคำถามใหม่ว่า กติกาโลกยังใช้ได้มากน้อยเพียงใดกับประเทศใด และเสียงของใครดังพอจะถูกนับ 

                        ไทยอาจไม่ต้องเลือกข้างใครวันนี้ ….! แต่จำเป็นต้องเลือกความรอบคอบ ก่อนที่วันหนึ่งจะถูกเลือกให้เป็นฉากหลังของความสำเร็จทางการเมืองของผู้อื่น

6/01/2569   “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่