หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทรัมป์จับมาดูโร่ …เอเซียระวัง ! สัญญาณอันตรายของโลกไร้กติกา?

ทรัมป์จับมาดูโร่ …เอเซียระวัง ! สัญญาณอันตรายของโลกไร้กติกา?

เผยแพร่

spot_img

 จากเวเนซุเอลาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่ออำนาจใหญ่ไม่รอฉันทามติโลก

                   ปฏิบัติการสะท้านฟ้า ที่กองกำลังสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินและหน่วยทหารพิเศษโรยตัวเข้ากรุงการากัส จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภรรยา ก่อนควบคุมตัวขึ้นเร่อรบไปนิวยอร์ก เพื่อดำเนินคดีภายใต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจไม่ใช่เพียงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ แต่คือ “สัญญาณเตือน” ว่ามหาอำนาจภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเลือกใช้อำนาจเหนือกติกาโลกอย่างเปิดเผยยิ่งขึ้น

                      สำนักข่าวทั่วโลกระบุตรงกันว่า  ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการใช้กำลังข้ามพรมแดนโดยไม่ผ่านกลไกสหประชาชาติ สหรัฐฯ อธิบายว่าเป็นการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดระดับรัฐ แต่ในแวดวงการทูตมีการตั้งข้อสังเกตว่า เวเนซุเอลาเป็นประเทศพลังงานสำคัญ และการนำตัวผู้นำออกจากประเทศอาจเปิดทางต่อการจัดระเบียบอำนาจและทรัพยากรใหม่ โดยเฉพาะน้ำมัน มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายเพียงมิติเดียว

                        หากมองย้อนกลับมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทรัมป์เคยเข้ามามีบทบาทในความขัดแย้งไทย-กัมพูชาอย่างน้อยสองครั้ง ตั้งแต่การปรากฏตัวในฐานะ “พยาน” ร่วมกับผู้นำมาเลเซีย ไปจนถึงการกล่าวในสหรัฐฯ ว่าเขาสามารถ “สั่งหยุดยิง” ได้ และอ้างว่าหยุดสงครามมาแล้ว 8 ครั้ง ในหลายกรณี แบบแผนเดียวกันนี้สะท้อนแนวคิดว่ามหาอำนาจสามารถนิยามบทบาทตนเองเหนือกระบวนการพหุภาคีได้ หากเห็นว่าให้ผลลัพธ์เร็วและสร้างภาพความสำเร็จทางการเมือง

                         กรณีมาดูโรทำให้คำถามสำคัญย้อนกลับมาที่ไทย ว่า หากวันหนึ่งทรัมป์หรือผู้นำสหรัฐฯ ใช้ตรรกะเดียวกันกับความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ ไทยอาจเผชิญแรงกดดันให้ “ยอมรับการจัดการจากภายนอก” ได้หรือไม่ โดยไม่ผ่านกลไกอาเซียนหรือกติกาสากล 

                        ขณะเดียวกัน การเอนเอียงเข้าหาจีนมากเกินไปก็ไม่ใช่คำตอบ เพราะจีนมีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ลึกซึ้งกับกัมพูชา ไทยจึงอยู่ในจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

                        บทเรียนจากเวเนซุเอลาคือ ไทยไม่ควรฝากความมั่นคงไว้กับ “ความหวังในกติกา” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันเชิงนโยบายของตนเอง ทั้งการยึดกรอบอาเซียนให้แข็งแรง การสื่อสารกับสหรัฐฯ ในระดับสถาบันมากกว่าบุคคล และการรักษาระยะห่างเชิงยุทธศาสตร์กับจีนอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ถูกดึงเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

                         ในโลกที่ผู้นำมหาอำนาจสามารถบอกได้ว่า “ผมหยุดสงครามมาแล้ว” หรือ “ผมจับผู้นำต่างชาติได้” โดยไม่ต้องรอคำอธิบายจากกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศเล็กและกลางอาจต้องตั้งคำถามใหม่ว่า กติกาโลกยังใช้ได้มากน้อยเพียงใดกับประเทศใด และเสียงของใครดังพอจะถูกนับ 

                        ไทยอาจไม่ต้องเลือกข้างใครวันนี้ ….! แต่จำเป็นต้องเลือกความรอบคอบ ก่อนที่วันหนึ่งจะถูกเลือกให้เป็นฉากหลังของความสำเร็จทางการเมืองของผู้อื่น

6/01/2569   “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง