วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทหารไทยตอบโต้ดุเดือด หลังกัมพูชายิงล้ำแดน

ทหารไทยตอบโต้ดุเดือด หลังกัมพูชายิงล้ำแดน

เผยแพร่

spot_img

 การเปิดฉากยิงล้ำแดนของกัมพูชาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการท้าทายอำนาจอธิปไตยไทย แต่ยังสะท้อนภาวะ “ไร้เสถียรภาพภายในกัมพูชา” ที่ผลักดันให้ฮุน เซน ต้องสร้างประเด็นข้ามพรมแดน เพื่อดึงความสนใจทั้งโลกออกจากแรงกดดันทางการเมืองในประเทศ  และหวังให้เรื่องชายแดนกลายเป็นวาระที่องค์กรระหว่างประเทศต้องหันมาพิจารณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                      ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนภาคตะวันออกตลอด 48 ชั่วโมงล่าสุด ได้สร้างความสูญเสียแก่ฝ่ายไทยอย่างเป็นรูปธรรม กองกำลังป้องกันชายแดนยืนยันว่า ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย  บาดเจ็บ 4 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย

             ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงตามแนวจังหวัดชายแดนกว่า 300,000 คน ถูกสั่งอพยพเข้าไปยังหลุมหลบภัยและศูนย์พักพิงชั่วคราว กระทบทั้งชีวิต ความปลอดภัย การทำกิน และโครงสร้างสังคมโดยตรง

            ถนนสายหลักหลายช่วงถูกปิดการจราจร โรงเรียนในรัศมีใกล้ชายแดนต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรองรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรังที่ขาดยารักษา

                  แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไทยเชื่อสอดคล้องกันว่า เหตุปะทะคราวนี้ผูกโยงโดยตรงกับแรงกดดันทางการเมืองภายในกัมพูชา ซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                 เชื่อกันว่า ฮุน เซน ต้องการสร้าง “ปัญหาระดับนานาชาติ”  จากการปะทะชายแดนเป็นประเด็นที่สามารถยกระดับไปสู่เวทีสหประชาชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้ทันที จึงเป็นวิธีที่ผู้นำเผด็จการจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ในสถานการณ์ที่กำลังถูกกดดัน

               ด้วยสถานะที่ถูกตั้งคำถามในเวทีสากลอยู่แล้ว ฮุน เซนต้องการ “ลากไทยเข้าไปในเกม” เพื่อให้เหตุการณ์ลุกลามจนเกิดแรงกดดันจากภายนอก ช่วยเปิดพื้นที่ให้เขาอ้างความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป

              สถานการณ์ภายในที่ฮุน เซนกำลัง “ตกอับ” มากที่สุดในรอบหลายปี  โดยเฉพาะการตัดท่อน้ำเลี่ยงสำคัญอย่างสแกมเมอร์ กระแสต่อต้านภายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากภาคประชาชนและกลุ่มฝ่ายค้าน

              ฝ่ายค้านเก่าที่เคยถูกกวาดล้าง นำโดย สม รังสี กำลังฟื้นการเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ พร้อมประกาศตั้ง “รัฐบาลอิสระนอกประเทศ” เมื่อ 2 เดือนก่อน ทำให้ฝ่ายฮุน เซนถูกบีบรัดทั้งในและนอกประเทศ

             ภายใต้แรงกดดันรอบด้าน การสร้างสถานการณ์ความมั่นคงข้ามพรมแดนจึงกลายเป็น “ทางเลือกที่ง่ายที่สุด” ในการเบี่ยงเบนสายตาประชาชน พร้อมปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อประคับประคองอำนาจของตนเอง

              ผลกระทบที่ไทยเผชิญไม่ใช่เพียงความเสียหายทางกายภาพหรือจำนวนผู้บาดเจ็บ แต่ยังรวมถึง ภาวะกดดันด้านมนุษยธรรมจากการอพยพครั้งใหญ่ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจชายแดน การขนส่ง และการค้า  ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก หากไม่เร่งตอบโต้เชิงกฎหมายระหว่างประเทศอย่างมีน้ำหนัก

    การปล่อยให้ปะทะลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำโดยไม่ขยับในทางการทูตอาจทำให้ไทยถูกตีความว่า “อ่อนแอ” และเปิดช่องให้ต่างชาติอื่นเข้ามาตีความสถานการณ์ผิดเพี้ยนได้ง่าย

                   มุมมองนักวิเคราะห์เสนอว่าไทยจำเป็นต้องดำเนินการพร้อมกันหลายด้าน ได้แก่  รวบรวมหลักฐานทุกมิติ ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม ตำแหน่ง GPS คลิปเสียง และคำให้การ เพื่อใช้ในเวทีระหว่างประเทศ

       ยกระดับการสื่อสารสาธารณะของไทยสู่โลกภายนอก ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาในภูมิภาค เพื่อคุมข้อมูลไม่ให้ถูกบิดเบือน

      เสริมระบบป้องกันพลเรือน โดยกระจายศูนย์หลบภัย อาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบ

      เปิดช่องทางทางการทูตผ่านอาเซียนและสหประชาชาติ เพื่อย้ำว่าไทยถูกกระทำ มิใช่ผู้เริ่มต้นความขัดแย้ง

                สถานการณ์นี้  หากผู้นำกัมพูชายังคงหลงคิดว่าเหตุปะทะชายแดนสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือเอาตัวรอดทางการเมืองภายในของเขาได้อีกต่อไป  ก็ขอให้รับรู้ไว้ว่า ประเทศไทยจะไม่ยอม “อดทน” เพื่อรอให้ทหารของเราต้องตายเพิ่มอีกแม้แต่ศพเดียว

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย